กลุ่ม CARE จัดระดมสมอง เปิดโรดแมป 3 ระยะผ่าวิกฤต จับตาจุดเปลี่ยนปลายปี 63

กลุ่ม CARE จัดระดมสมอง เปิดโรดแม็ป 3 ระยะ ผ่าวิกฤตเศรษฐกิจประเทศ ลุยเดินหน้าทาบทามบุคคลอีกจำนวนหนึ่งเข้าร่วมกลุ่ม วันที่ 26 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนัดพบปะพูดคุยกันของกลุ่ม CARE กว่า 30 คน ที่อาคารแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 โดยมีบุคคลสำคัญ เช่น ผู้เคยร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย (ทรท.) และบุคคลสำคัญของนายทักษิณ ชินวัตร ได้แก่ นายพงษ์ศักดิ์ รัตพงศ์ไพศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม นักวิชาการ นักสื่อสารมวลชน กลุ่มนักทำงานด้านไอที กลุ่มนักทำงานด้านสตาร์ทอัพ เป็นต้น

โดยการสนทนาที่ไม่เปิดเผยสถานที่ดังกล่าว ได้มีการร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาทางออกให้กับประเทศหลังวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นการพูดคุยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการทาบทามมาก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้มาร่วมพูดคุยในวันนี้ด้วย เนื่องจากมีความกังวลหากมีการตั้งพรรคการเมืองเกิดขึ้น

รายงานระบุว่า การประชุมดำเนินไปกว่า 3 ชั่วโมง โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าจะยังไม่ตั้งพรรคการเมืองในเวลานี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย แต่จะมุ่งเน้นการผลิตแนวคิดทางการเมือง เศรษฐกิจ รวมถึงข้อเสนอและทางออกของประเทศในช่วงวิกฤตผ่านช่องทางต่างๆ โดยในสัปดาห์หน้าจะเปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านเฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ เพื่อเผยแพร่แนวคิดต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมยังวางกรอบการทำงาน 3 ระยะ ระยะสั้น เสนอให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนเริ่มใช้ชีวิตปกติและคลายล็อกทั้งหมด พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันโรคโดยไม่จำเป็นต้องบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิว โดยเตรียมจะผลิตข้อเสนอในเร็วๆ นี้ ส่วนกรอบระยะกลาง 150 วัน คำนวณจากไตรมาสทางเศรษฐกิจ ทางกลุ่มเห็นตรงกันว่าหลังจาก 150 วันวิกฤตเศรษฐกิจจะหนักมาก เนื่องจากพ้นระยะที่รัฐบาลเยียวยาวิกฤตโควิด

ทางกลุ่มจะนำเสนอการแก้ปัญหาระยะกลางนี้ต่อสังคม เพื่อให้พ้นวิกฤตในเร็วๆ นี้ โดยที่ยังมีการหารือถึงข่าวแพร่สะพัดว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปี 2563 อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่อีกด้วย

ส่วนระยะยาว คือ 2 ปีต่อจากนี้ ทางกลุ่มประเมินว่า ปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศกว่าครึ่ง ส่งผลต่อการเมืองภายในประเทศ จึงเห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาอย่างมากต่อเศรษฐกิจทำให้ประเทศเสียหายอย่างหนักในอนาคต ด้วยความยุ่งยากในการดำเนินการหลายด้าน แต่ติดตรงที่การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนบางอย่างขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ทางกลุ่มเห็นตรงกันที่จะรณรงค์ครั้งใหญ่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การปลดล็อกเรื่องดังกล่าว และผลประโยชน์จากการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าการขับไล่รัฐบาล

ทั้งนี้ ทางกลุ่มยังเห็นตรงกันว่า จะไม่ใช้ชื่อกลุ่ม CARE และมีชื่อใหม่ให้เลือก เช่น ACT , WE MOVE หรือ Chance For Change โดยจะพูดคุยกันในครั้งหน้า และคาดว่าจะมีการทาบทามบุคคลอีกจำนวนหนึ่งเพิ่มอย่างแน่นอน

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“โฆษกก้าวไกล” จี้ ศธ.แจงให้กระจ่าง เหตุใดเตรียมเปิดเรียนอินเตอร์ได้แต่โรงเรียนลูกหลานชาวบ้านยังปิด
บทความถัดไปE-DUANG : สถานะ แคลงคลาง น่ากังขา ของ 250 ส.ว. ผลผลิต คสช.