‘สันติ’ยกเครื่องไอแบงก์หนุนเศรษฐกิจฐานรากสั่งขยายสาขาภาคใต้สร้างอาชีพมุสลิม

รมช.คลัง มอบนโยบายไอแบงก์ปรับบทบาทใหม่พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงาน สร้างอาชีพ ชาวมุสลิม สั่งขยายสาขาภาคใต้ให้ครบทุกอำเภอ จาก 40 สาขา  ทั่วประเทศ เป็น 100 สาขา  เชื่อภารกิจใหม่ทำให้ธนาคารเข้มแข็ง และช่วยดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศเสริมความแกร่ง โชว์กำไรไตรมาสแรกปี 2563 กว่า 63 ล้านบาท

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายผู้บริหารธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ว่า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ถือเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนชาวไทยมุสลิม ดังนั้นการดำเนินงานของไอแบงก์นอกเหนือจากการรับฝากเงิน การปล่อยสินเชื่อแล้ว จำเป็นต้องเข้าไปช่วยยกระดับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กับชุมชนมุสลิมซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งด้วย

ทั้งนี้ไอแบงก์จำเป็นต้องปรับบทบาทใหม่เพื่อให้ชาวมุสลิมสามารถเข้าถึงการบริการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งธนาคารมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยจะต้องเข้าไปช่วยเหลือให้ชาวมุสลิมมีความมั่นคงในชีวิต ปล่อยสินเชื่อในทุกเซ็กเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างงาน โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับอาหารฮาลาล ส่งเสริมฮาลาลในกลุ่ม SMEs รายย่อย เพื่อสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตและพัฒนามากขึ้น ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชาวมุสลิม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐตามบทบาทและภารกิจใหม่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ

นายสันติ กล่าวต่อว่า การส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้กับชาวมุสลิม ไอแบงก์ยังสามารถร่วมกับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank ในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาอาชีพ เช่น ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช พัฒนาวิสาหกิจชุมชน สนับสนุนเยาวชนอายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถรวมกลุ่มประกอบอาชีพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้ รวมทั้งไอแบงก์ยังสามารถปล่อยสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SMEs  หรือ วิสาหกิจชุมชน ในการนำไปต่อยอดทางธุรกิจ หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียน ผ่านการร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวมุสลิม ที่ถือเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้สิ่งที่ฝากให้ผู้บริหารธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยไปเร่งดำเนินการ คือ เพิ่มสาขาในภาคใต้ที่ยังมีน้อย ขณะนี้มีสาขาในภาคใต้อยู่เพียง 40 สาขา จากทั่วประเทศ 100 สาขา ดังนั้นควรขยายสาขาในภาคใต้ให้ครบทุกอำเภอ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือชาวมุสลิมที่ส่วนใหญ่อาศัยภาคใต้จำนวนมาก ตามนโยบายและภารกิจที่ตั้งไว้ โดยเชื่อว่าหากทำได้ตามนโยบายที่วางไว้จะทำให้มีเงินทุนจากต่างประเทศและประเทศในตะวันออกกลาง และในอีกหลายประเทศที่อยากช่วยชาวมุสลิมมาร่วมลงทุนกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ช่วยทำให้ธนาคารเข้มแข็งขึ้น จะได้ไม่ต้องพึ่งพาการเพิ่มทุนจากรัฐบาลในอนาคต

“มอบให้ผู้บริหารธนาคารไปจัดทำแผนงาน ทั้งในเรื่องการเพิ่มสาขา เพิ่มสัดส่วนการให้บริการชาวมุสลิม การพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก  ถ้าขาดเหลืออะไร กระทรวงการคลังพร้อมสนับสนุน โดยเน้นย้ำไปว่าไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ในเรื่องการทำกำไร แม้ว่าการช่วยเหลือประชาชนจะทำให้ธนาคารกำไรลดลงแต่ไม่เป็นไร เพราะถือว่าเป็นการดำเนินธุรกิจในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ อย่างไรก็ตามผู้บริหารรายงานว่าไตรมาสแรกปี 2563 (มกราคาถึงมีนาคม) มีกำไรกว่า 63 ล้านบาท ”นายสันติ กล่าว

นายสันติ กล่าวต่อว่า หากไปดูโครงสร้างสินเชื่อและเงินฝาก ยังมีสัดส่วนของลูกค้าชาวมุสลิมน้อยมาก โดยใน เดือนมีนาคม สินเชื่อกว่า 54,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ลูกค้ารายใหญ่จำนวน 27,174 ล้านบาท สัดส่วนร้อยละ 19  ลูกค้า SMEs จำนวน 7,825 ล้านบาท สัดส่วน 14% และลูกค้า  Retail จำนวน  19,930 ล้านบาท สัดส่วน 37% เมื่อแบ่งสัดส่วนลูกค้าสินเชื่อทั้งหมดจำนวน 37,844 ราย พบว่า เป็นลูกค้ามุสลิมจำนวน  12,215 รายสัดส่วน 32% และส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าไม่ใช่ชาวมุสลิมจำนวน 25,629 ราย สัดส่วน 68%

สำหรับเงินฝากส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ 46% วงเงิน 36,686 ล้านบาท ลูกค้ารายกลาง 21% วงเงิน 1,600 ล้านบาท และลูกค้าย่อย 33% วงเงิน 26,364 ล้านบาท  โดยธนาคารมีลูกค้าเงินฝากประมาณ 890,000 ราย ในจำนวนนี้ 58% เป็นลูกค้าที่เป็นมุสลิม หรือประมาณ 513,089 ราย และเป็นลูกค้าไม่ใช่มุสลิม 42% หรือ 376,740 ราย


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ตั้ง 9 อรหันต์ตัวแทนรัฐ ติดตามฟื้นฟู “บินไทย”ภายใต้คำสั่งศาลล้มละลาย
บทความถัดไปลงโทษหนักคดีข่มขืน อาจไม่ใช่คำตอบของ ‘ความยุติธรรม’