‘สภาพัฒน์’ แจง 4 กรอบฟื้นฟูเศรษฐกิจ คาดเม็ดเงิน 4 แสนล้านเข้าสู่ระบบศก. ก.ค.นี้

‘สภาพัฒน์’ แจง 4 กรอบฟื้นฟูเศรษฐกิจ คาดเม็ดเงิน 4 แสนล้านเข้าสู่ระบบศก. ก.ค.นี้

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในด้านต่างๆ ตามกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท จากพระราชกำหนด (...)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งได้กันเงินไว้สำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อชี้แจงข้อมูลในเรื่องระยะเวลาทำงานและการคัดเลือกโครงการต่างๆที่จะเปิดให้หน่วยงานราชการไปจัดทำโครงการและยื่นข้อเสนอมาให้กลั่นกรองก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยกำหนดว่าเงินกู้จะเริ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในช่วงไตรมาสที่ 3/2563 หรือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องไปถึงงบประมาณรายจ่ายปี 2564-2565

สำหรับ กรอบโครงการต่างๆ ตามวงเงิน 400,000 ล้านบาท ต้องเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.แผนงานหรือโครงการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 2.แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน 3.แผนหรือโครงการเพื่อส่งเสริมกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน และ4.แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในส่วนของหลักคิดการสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาใหม่หลังโควิด-19 จุดแข็งของประเทศไทยคือเรื่องสาธารณสุขของไทยที่ค่อนข้างดีมาก โดยจะใช้เรื่องนี้ในการดึงดูดในเกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไทยเที่ยวไทยก่อนในระยะแรก

“บทเรียนจากโควิดในครั้งนี้ เมื่อการท่องเที่ยวมีผลกระทบอย่างมาก เดิมมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา 40 ล้านคน มีเงินตราต่างประเทศเข้ามา มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท พอไม่รายได้เข้ามาหลายกิจการก็ต้องปิดตัวลง ผู้ที่ทำงานในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องก็ต้องกลับภูมิลำเนา ฉะนั้น เราจะต้องส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนกลุ่มนี้ เน้นในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก และเศรษฐกิจชุมชน อาทิ การผลักดันในเรื่องของการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากขึ้น, การสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการส่งเสริมเรื่องการตลาดรวมถึงสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ ให้มีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น เป็นต้น” นายทศพรกล่าว

ขณะที่ ภาคการท่องเที่ยวตอนนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างการจัดทำแพ็คเก็จกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะเริ่มจากการส่งเสริมไทยเที่ยวไทย อาทิ การจัดโปรโมชั่นลดราคาที่พักให้กับลูกค้า 50% โดยส่วนที่ลดไปทางรัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายให้กับโรงแรมที่พัก หรือร้านอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านี้ได้รับค่าโรงแรมเท่าเดิม เป็นต้น ซึ่งตอนนี้เป็นเพียงไอเดียเท่านั้นยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะใช้เป็นพ็คเก็จใด แต่ในช่วงแรกอาจจะเน้นดึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อมาเที่ยวก่อน เพื่อให้ธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

นายทศพร  กล่าวว่า นอกจากนี้ ในเรื่องของไทม์ไลน์หลังจากที่พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ออกมาแล้วนั้น ในกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯ ซึ่งมีตนเป็นประธาน และมีหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เป็นคณะกรรมการร่วม ได้มีการกำหนดกรอบนโยบายเสนอ ครม. แล้วเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ได้มีการประชุมในเรื่องของการทำรายละเอียด  และวันนี้ (25 พฤษภาคม) ได้มีการเรียกหน่วยราชการต่างๆ เข้ามารับฟังรายละเอียดของการเสนอขอใช้งบประมาณ และกำหนดให้หน่วยราชการต้องกลับไปคิดโครงการเพื่อนำมาเสนอคณะกรรมการฯ อีกครั้ง ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“อนุทิน” ไม่กลัวพวก “หักหัวคิว” พร้อมปะทะ แนะผู้ประกอบงัดหลักฐานยัน ถ้าไม่มีฟ้องกลับ
บทความถัดไปด่วน!! “โควิด-19” คร่าอีก 1 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย