‘ทีเอชเอ’ ย้ำปมกินหัวคิวโรงแรม หวังใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ เกิดขึ้นจริง เร่งรัฐหาทางป้องกัน

‘ทีเอชเอ’ ย้ำปมกินหัวคิวโรงแรม หวังใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ เกิดขึ้นจริง เร่งรัฐหาทางป้องกัน

นางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกระบวนการหักหัวคิว โดยมีกลุ่มคนที่ไม่แน่ใจว่าเป็นคนของหน่วยงานใด ทำการติดต่อโรงแรม เพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัวของรัฐ สำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และมีการขอส่วนแบ่งเป็นในอัตรา 30-40% เบื้องต้นประเมินว่าต้องมีเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการโรงแรมอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมา โรงแรมภายใต้สมาชิกของสภาคมฯ ก็มีได้รับการติดต่อจากภาครัฐ ขอใช้เป็นสถานที่ในการกักตัวของรัฐ ซึ่งจะได้รับการติดต่อโดยตรงจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการจะทำการตกลงในส่วนของราคาและบริการเอง ไม่มีการติดต่อผ่านคนกลาง ทำให้ไม่มีการหักค่าหัวคิวเหมือนอย่างกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนมากโรงแรมที่ได้รับการติดต่อขอใช้จากรัฐ มักเป็นโรงแรมขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะต้องการให้ระบบเครื่องปรับอากาศแยกเป็นสัดส่วน 1 ห้อง ต่อ 1 เครื่อง เพื่อให้เชื้อไวรัสไม่สามารถลอยปะปรนกันได้

นางศุภวรรณกล่าวว่า แม้แต่การจัดประชุมสัมมนา และการเข้าพักของภาครัฐ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีขั้นตอนการหักหัวคิวเพิ่มเติม เพราะสามารถตกลงกันเองได้ระหว่างโรงแรมและหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีการติดต่อผ่านคนกลาง หรือคนนอก ซึ่งปกติก็จะใช้ระบบการประสานผ่านกันโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลอยู่แล้ว โดยขณะนี้ยังไม่พบว่า มีกลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาติดต่อโรงแรมภายใต้สมาชิกของสมาคมฯ เพราะเบื้องต้นก็มีหลายโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่ในการกักตัวของรัฐอยู่แล้ว จากนี้อยากภาครัฐตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับกลุ่มคนเหล่านี้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอกีกในอนาคต ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงแรมแล้ว ยังส่งผลต่องบประมาณของรัฐ ในการใช้จ่ายเพื่อคัดเลือกโรงแรมมาใช้เป็นสถานที่ในการกักตัวของรัฐด้วย

“การผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์เฟส 3 เบื้องต้นมองว่าคงยังไม่มีอุปสรรคอะไร เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ เริ่มดูดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังติดตรงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่มา การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยังไม่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่าแม้รัฐบาลจะอนุญาตให้เปิดโรงแรมได้ตามปกติแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายโรงแรมที่เลือกปิดกิจการชั่วคราวต่อไป เพราะเปิดมาแล้วไม่คุ้มทุนกับรายจ่ายที่มีมาก แต่รายได้คงกลับมาไม่เท่าเดิม เบื้องต้นยังยืนยันว่า เมื่อใดที่น่านฟ้าเปิด เครื่องบินสามารถทำการบินได้แล้ว เมื่อนั้นผู้ประกอบการโรงแรมจะพร้อมใจกันกลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งมองว่าน่าจะเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ในช่วงใด หากประเมินตลาดต่างประเทศ มองว่ากว่าจะฟื้นกลับมาได้ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณที่ดี และรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความหวังว่าทุกอย่างจะกลับมาฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ต่อจากนี้” นางศุภวรรณกล่าว


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘ถาวร’ ปัดตอบรายชื่อคณะกก.ฟื้นบินไทย
บทความถัดไปเกษตรกรโดนพิษโควิด พณ.แนะใช้ไม้ยืนต้นที่มีค่า เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกู้ เริ่มที่ ธ.ก.ส.