“อลงกรณ์” ร่ายยาวถึง “ธนกร” ปมตรวจเยียวยาเกษตรกร สอนความเป็นพรรคร่วมควรให้เกียรติกันตามมารยาท

‘พี่อลงกรณ์’ ถึง‘น้องธนกร’ ขอโปรดเข้าใจ ปมตรวจเยียวยาเกษตรกร ชี้ความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรให้เกียรติกันตามมารยาททางการเมือง

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความตอบกลับ กรณีเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ งัดเอกสารตอบโต้ว่ากระทรวงการคลัง ไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อเกษตรกรที่รัรบเงินเยียวยา หลังมีปัญหาข้าราชการรับเงินเยียวยาซ้ำซ้อน ระบุว่าตามมติครม.เป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรนั้น นายอลงกรณ์ระบุว่า

ถึงน้องธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ

ขอบคุณที่น้องธนกรชี้แจงและอ้างถึงหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค.

ซึ่งพี่ได้อ่านความอย่างละเอียดรอบคอบและปรากฏข้อความระบุชัดเจนเรื่องหน้าที่ของกระทรวงการคลังตั้งแต่บรรทัดแรกดังปรากฏความว่า “(กระทรวงการคลัง) ได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ กับฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ …”
น้องธนกรคงชัดเจนแล้วนะครับว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่อะไร เพราะในหนังสือของกระทรวงการคลังก็เขียนไว้ชัดเจนว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ และฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูลคือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ

อย่างไรก็ตามขออธิบายขั้นตอนดำเนินการอีกครั้ง เพื่อจะไม่สับสนในหน้าที่ความรับผิดชอบอีก กล่าวคือ

เมื่อกระทรวงเกษตรขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามหลักเกณฑ์แล้วก็ส่งให้กระทรวงการคลัง เพื่อให้คัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชน (โครงการเราไม่ทิ้งกัน) และตรวจสอบกับผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม

เมื่อกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองแล้วก็ส่งกลับมาให้กระทรวงเกษตรฯ ส่งให้กับธกส. เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี 28 เม.ย.2563 นี่คือขั้นตอนและหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นเช่นนี้ครับ

ขอยกตัวอย่างจริงๆ ที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

..กระทรวงเกษครฯส่งข้อมูลทะเบียนไปครั้งแรก 8.3 ล้านรายให้กระทรวงการคลังคัดกรองตรวจความซ้ำซ้อน ทางกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองส่งกลับมาที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเหลือ6.7ล้านราย
ในทางปฏิรูปเห็นชัดเจนว่ากระทรวงการคลังคัดกรองออกไปส่วนหนึ่งและกระทรวงเกษตรฯส่งให้ธกส.จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ 15 พ.ค.เป็นต้นมา

น้องธนกรได้โปรดเข้าใจว่า การที่พี่ทักท้วงเป็นการส่วนตัวและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต้องชี้แจงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเกิดความสับสนจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของท่านรองนายก ท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านเลขาธิการสศค. และท่านเลขานุการรัฐมนตรีเป็นรายล่าสุด

พี่คิดว่าการทำงานเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมเป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องการแก้ตัวหรือปัดปัญหาให้พ้นตัวเหมือนโยนกลอง และต้องสร้างความชัดเจนไม่ใช่สร้างความสับสน

เรื่องกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามมติคณะรัฐมนตรีคงเข้าใจกันแล้วนะครับ

อย่างไรก็ตามพี่คิดว่าประเด็นปัญหาเรื่องนี้ในสาระสำคัญคือ กรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์โครงการเยียวยาเกษตรกร 3 กลุ่ม

และหนึ่งในนั้นคือข้าราชการบำนาญ จึงมีประเด็นว่าข้าราชการประจำที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ได้อยู่ในกลุ่มไม่มีสิทธิ์และมีเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสม

นี่คือประเด็นที่เป็นปัญหาและต้องแก้ไข ไม่ใช่เรื่องที่จะโยนไปมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงไปหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ที่มีท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ความเบื้องต้นเห็นพ้องกันว่า คงไม่เหมาะสมที่ข้าราชการประจำที่ทำอาชีพเกษตร แม้จะขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ไม่ควรได้รับเงินเยียวยา เพราะยังมีรายได้ประจำจากเงินเดือนข้าราชการ คาดว่าจะมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้

กระทรวงเกษตรในฐานะผู้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง การร่วมมือกันบนความเข้าใจที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งประโยชน์ของเกษตรกรทั้งมวล

สำหรับความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรให้เกียรติกันและกันตามมารยาททางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาก็ร่วมมือกันแก้ไข แบบร่วมด้วยช่วยกัน เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญที่สุดครับ

พี่อลงกรณ์ พลบุตร
24 พ.ค.2563

ป.ล.ในหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค.ยังมีความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาข้าราชการประจำครับ แต่ขอเล่าให้ฟังเป็นการส่วนตัวเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ขอกาแฟที่กระทรวงการคลังแก้วเดียวพอครับหรือจะโทรมาก็ได้ทั้งนั้นครับ


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้โฆษก รบ .ยัน ‘บิ๊กตู่’ มุ่งช่วยประชาชนตลอด 6 ปี อัดฝ่ายค้านไม่ใช่เวลาสร้างความขัดแย้ง
บทความถัดไปอดีต สมช. ชี้รัฐบาลเล่นเล่ห์ต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อรักษาโรคปอดแหก จัดการกับสารพัดม็อบไล่