“เทพไท” ข้องใจทำไมรบ.ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากแทนที่จะเลือกจ่ายทุกครัวเรือนกว่า 20 ล้านครัวเรือน แทนแยกเป็นกลุ่ม

“เทพไท” ข้องใจทำไมรบ.ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากแทนที่จะเลือกจ่ายทุกครัวเรือนกว่า 20 ล้านครัวเรือน แทนแยกเป็นกลุ่ม

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่มี เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” โพสต์ข้อความว่า รัฐบาลเร่งพิจารณาช่วยเหลือคนไทยทุกกลุ่ม เพื่อฝ่าวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกำลังเร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม หลังจากได้ออกมาตรการ “เราไม่ทิ้งกัน” และ “เยียวยาเกษตรกร” มาแล้ว โดยอีก 4 กลุ่ม ที่กำลังพิจารณา ประกอบด้วย

1.กลุ่มเปราะบาง (เด็กแรกเกิด/ ผู้สูงอายุ/ คนพิการ) จำนวนประมาณ 13 ล้านคน (โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแล)
2.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย จำนวนประมาณ 2.4 ล้านคน (โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล)
3.กลุ่มลงทะเบียนไม่สำเร็จ จำนวนประมาณ 1.7 ล้านคน (ให้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ที่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา ระหว่างวันที่ 18-29 พฤษภาคมนี้ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ดูแล)
4.กลุ่มคนผู้ได้รับผลกระทบฉุกเฉิน 1 ล้านคน (โดยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดูแล)

นายเทพไทกล่าวว่า ส่วนตัวได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด พบว่าถ้าสรุปจำนวนตัวเลขผู้ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลทั้งหมด นับตั้งแต่ผู้ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 16 ล้านคน ครัวเรือนเกษตรกร 10 ล้านคน กลุ่มเปราะบาง 10 ล้านคน กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2.4 ล้านคน กลุ่มลงทะเบียนไม่สำเร็จ 1.7 ล้านคนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบฉุกเฉิน 1 ล้านคน รวมยอดสุทธิของผู้ได้รับการเยียวยาทั้งหมด 41.1 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าวิธีการเยียวยาแบบจ่ายให้ทุกครัวเรือนทั้งประเทศ ที่มีอยู่ประมาณ 20 ล้านครัวเรือน หรือเลือกใช้วิธีการเยียวยาให้คนไทยทุกคน ที่มีอายุตั้งแต่18ปีขึ้นไป มีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 1 แสนบาท จะมีจำนวนผู้ได้รับการเยียวยาน้อยกว่า 41.1ล้านคนอย่างแน่นอน จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลจึงเลือกวิธีการเยียวยาแบบที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเสมือนเป็นการเยียวยาให้กับคนไทยเกือบทั้งประเทศ ถ้าหากรัฐบาลได้ใช้วิธีการเยียวยาทั่วหน้าทุกคนตั้งแต่ต้น จะไม่มีความยุ่งยาก หรือปัญหาในทางปฎิบัติเลย และสามารถทำได้เสร็จสิ้นภายในไม่เกิน 10 วัน แต่เมื่อรัฐบาลเลือกวิธีการเยียวยาเป็นเฉพาะแต่ละกลุ่มเช่นนี้ ก็ต้องเสียเวลาในการดำเนินการไปประมาณ2เดือน กว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ ทำให้เกิดความเดือดร้อนในหมู่ประชาชน จนถึงขั้นออกมาประท้วง และฆ่าตัวตายหลายราย จึงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมรัฐบาลทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากโดยไม่จำเป็น หรือการใช้วิธีการโอนเงินให้ผู้เดือดร้อนทุกคนโดยทั่วหน้า โดยไม่ต้องลงทะเบียน จะเป็นวิธีที่ง่ายเกินไป ทำให้ประชาชนไม่รู้สึกว่าเป็นบุญคุณกับรัฐบาล หรือว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“พานาโซนิค” ประกาศเตรียมย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไทยไปเวียตนาม
บทความถัดไปอภิญญา ตะวันออก : “ลี บุนยึม” แรงบันดาลใจสู่ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมหนังเขมร