เร่งค้นหาผู้ป่วย ‘โควิด-19’ ทั่วกรุง สธ.จ่อตั้งจุดเฝ้าระวังโซนเสี่ยง

เร่งค้นหาผู้ป่วย “โควิด-19” ในพื้นที่กรุงเทพฯ  สธ.จ่อตั้งจุดเฝ้าระวังโซนเสี่ยง

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงระบบคัดกรองผู้ป่วย โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า แบ่ง 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะให้คนกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบทำการแยกกักในสถานที่รัฐบาลจัดให้ (State Quarantine) ทุกคน ซึ่งมีรองรับถึง 1,883 ห้อง แบ่งเป็นหน่วยงานราชการจัดให้ 136 ห้อง รวมมีผู้เข้าพักแล้ว 358 ราย ได้แก่ โรงเรียนการบินกำแพงแสน 36 ห้อง มีผู้เข้ากักกันตัว 75 ราย อาคารรับรองที่สัตหีบ 100 ห้อง มีผู้เข้ากักกันตัว 283 ราย และในส่วนของภาคเอกชนมี 1,747 ห้อง มีผู้เข้ากักกันตัว 307 ราย ซึ่งเหลือห้องรองรับมากกว่า 1,400 ห้อง และผู้กักกันในพื้นที่ หากมีอาการป่วยก็จะนำเข้าสู่ระบบการรักษา

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า 2.ระบบเฝ้าระวัง คัดกรองผู้ป่วยที่อยู่ในสถานพยาบาลและชุมชน โดยเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ให้กักกันตนเองที่บ้าน (Home Quarantine) 14 วัน ซึ่งสถานการณ์ดีขึ้นไปตามลำดับ

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ในวันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ที่มาจากระบบเฝ้าระวัง 69 ราย ในจำนวนนี้มาจากการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (Active case finding) ซึ่งเริ่มดำเนินงานใน จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว และมีย่านสถานบันเทิงย่านบางลา ที่ อ.ป่าตอง จึงทำให้พบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และจะสัมพันธ์กับระยะฟักตัวของโรค

“ถึงแม้ว่าจะมีการปิดสถานบันเทิงซึ่งเป็นเขตอันตราย (Super red zone) แต่มีการติดเชื้อก่อนหน้าที่จะสั่งปิด ส่งผลให้ยังพบผู้ป่วยอยู่ต่อเนื่อง และ จ.ภูเก็ต ได้ดำเนินการปิดช่องทางการเข้าออกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม และในขณะนี้จำนวนผู้ป่วยจึงลดลง และเริ่มค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในการเก็บตัวอย่างเชื้อมากกว่า 1,500 ตัวอย่าง ในผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อและนำมาแยกกัก รวมถึงพบกลุ่มเสี่ยงแม้ว่าจะไม่มีเชื้อไวรัส ก็จะต้องทำการกักกัน” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ในประชาชนเขตกรุงเทพมหานคร ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจแบบปูพรม แต่จะตรวจหาในพื้นที่ที่มีการระบาด เพื่อค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก รวมถึงแผนการที่จะดำเนินต่อไป คือ การวางจุดเฝ้าระวังเป็นโซนที่เสี่ยง ซึ่งในส่วนนี้จะทำการตรวจทุกคน แม้ว่าจะเป็นผู้ปกติ ผู้ที่มีความเสี่ยงและผู้ป่วยโรคต่างๆ เพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มของคนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ

บทความก่อนหน้านี้ชทพ.ขอบคุณกกต.ชี้ ทางออกเลื่อนประชุมใหญ่พรรคการเมือง เหตุมีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
บทความถัดไปE-DUANG : ภาพ ประชุม ส.ส. ก้าวไกล ผลสะเทือน ในทางการเมือง