เผยอัตราตรวจเชื้อ ไทยอยู่ที่พันคนต่อประชากรล้านคน ย้ำเหมาะสม เน้นขีดวงตรวจ

“โฆษกศบค.” เผย วช.วิเคราะห์ข้อมูลทั่วโลก สัดส่วนตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 พบอิตาลีตรวจ 11,429 คนต่อประชากรหนึ่งล้านคน พบเชื้อ 18.65% เกาหลี ตรวจ 9,099 คน ต่อประชากรหนึ่งล้านคน เจอเชื้อ 2.19 % ขณะที่ไทย ตรวจ 1,079 คนต่อประชากรหนึ่งล้านคน พบเชื้อ 2.88% ยันเน้นขีดวงตรวจให้เหมาะสม ย้ำไม่มีปิดบัง-หลอกตัวเลข เผยขณะนี้มีห้องปฏิบัติการตรวจโควิด-19 80 แห่ง จะขยายให้ได้ถึง 110 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงภาพรวมการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนหลังมีหลายคนบอกว่าต้องตรวจจำนวนตัวอย่างให้มากถึงจะได้ผลดี หรือจะมั่นใจได้ว่าคนที่ได้ตรวจนั้นไม่พบเชื้อ หรือหากตรวจเชื้อพบจะได้รับการรักษาทันที ซึ่งส่วนหนึ่งมันก็ใช่และไม่ใช่ ทั้งนี้ ทางศูนย์ปฏิบัติฉุกเฉินด้านการวิจัยและวิชาการ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำข้อมูลจากทั่วโลกและสาธารณสุข มาวิเคราะห์ พบว่า สัดส่วนจำนวนตรวจทางห้องปฏิบัติการโควิด – 19 ยกตัวอย่างประเทศอิตาลี จำนวนที่ตรวจต่อประชากรหนึ่งล้านคน 11,429 คน มีประชากร 60.5 ล้านคน  ตรวจเจอเชื้อ 18.65 เปอร์เซ็นต์ เกาหลีใต้ จำนวนที่ตรวจต่อประชากรหนึ่งล้านคน 9,099 คน มีประชากร 51.3 ล้านคน ตรวจเจอเชื้อ 2.19 เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศไทย จำนวนที่ตรวจต่อประชากรหนึ่งล้านคน 1,079 คน มีประชากร 66.6 ล้านคน ตรวจเจอเชื้อ 2.88 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกันแล้วประเทศไทยกับเกาหลีใต้ไม่แตกต่างกันเลย แม้เราจะตรวจแค่ 7 หมื่นกว่าคน เกาหลีใต้ตรวจไปสี่แสนกว่าคน ดังนั้นเราต้องขีดวงให้เหมาะสม ส่วนคนอื่นที่ไม่ได้เสี่ยงหากตรวจไปก็จะเสียเงินไปเปล่าๆ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการระบุว่าซ่อนตัวเลข หลอกตัวเลขหรือไม่ หรืออ้างว่าเป็นไข้หวัดใหญ่นั้น ต้องบอกว่า แพทย์ที่ตรวจถ้ารู้ว่าคนไข้เป็นอะไร หากตรวจแล้วพบว่าเป็นโควิด- 19 ก็ต้องรีบดำเนินการ ดังนั้น ไม่มีทางปิดหรือซ่อนได้ เพราะเราได้รับนโยบายมาทุกระดับ ไม่เคยมีซ่อน ปิดไม่มิด ภาษาไทยบอกว่า ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด อันนี้ไม่ต้องช้าง แต่คือเชื้อโรคตัวเล็กๆ ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าการที่จะเพิ่มการตรวจให้เป็นหลายๆ แสน ไม่ใช่ทิศทางทั้งหมด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะไปหาผู้ป่วยและขีดวงเจาะตรวจตรงนั้นให้ได้มากที่สุด วิธีการเหล่านี้เป็นหลักการของทางระบาดวิทยาที่ยอมรับกันทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สำหรับจำนวนห้องปฏิบัติการ ณ วันที่ 7 เมษายน มีห้องปฏิบัติการ จำนวน 80 ห้อง โดยเราจะเปิดให้ได้ 110 ห้องครอบคลุมทั่วประเทศ นอกจากนี้ มีการหารือกันในกระทรวงสาธารณสุขว่า ปัจุบันมีการตรวจแบบไดร์ฟทรู รวมทั้งต่างประเทศทำเป็นตู้เหมือนตู้โทรศัพท์ ตรวจเสร็จภายในไม่กี่นาที วิธีการต่างๆ เหล่านี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข กำลังจะพัฒนาขึ้นเพราะถ้าหากโรคนี้อยู่กับเรานาน จำเป็นต้องดูแลและนำเอาเทคโนโลยีต่างๆมาปรับใช้ ดังนั้น ไม่ต้องกังวล อีกทั้งภาคเอกชนก็อยากจะมาช่วยและร่วมมือกันทำงานด้านนี้

นพ.ทวีศิลป์กล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการคุมเข้มเมาแล้วขับ ห้ามจำหน่ายสุราหรือไม่ ว่า ขณะนี้ เราอยู่ในช่วงโรคระบาด แค่นี้ก็สาหัสแล้ว อุบัติเหตุหรืออื่นๆ ขอให้ลดน้อยลง ทั้งนี้ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯทางจังหวัดก็ประกาศในเรื่องของการห้ามต่างๆ ซึ่งถ้าอยู่จังหวัดใดก็ต้องให้ความร่วมมือ และหากมองยาวไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทางกระทรวงวัฒนธรรมมีความห่วงใย จึงให้ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรม เน้นห่างผู้ใหญ่ แต่วัฒนธรรมการดื่มมันไม่ใช่ ดังนั้นอย่าดื่มเลย

บทความก่อนหน้านี้ก.คลังมะกันขอเงินเพิ่ม 8.2 ล้านล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจาก โควิด-19
บทความถัดไปเพื่อไทย ชี้ รัฐบาลควรขยายจำนวนผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา