นิกร หนุนตัด10% งบ’63 กระตุ้นศก.รับวิกฤต แนะ รบ.จ้างงานพัฒนาภาคเกษตร

นิกร หนุนตัด 10% งบ’63 กระตุ้นศก.รับวิกฤต แนะ รบ.จ้างงานพัฒนาภาคเกษตร แปลงวิกฤตเป็นโอกาส ดันไทยขึ้นเป็นหน่วยพลาธิการโลก ยกระดับส่งออกอาหารหลังจบโควิด

เมื่อวันที่ 6 เมษายน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และนโยบาย พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมงบประมาณ 10% ของทุกกระทรวงเพื่อมาใช้ออกมาตรการลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ว่า ตนเห็นด้วย เพราะด้วยข้อจำกัดของการใช้งบประมาณปี 2563 ที่เจอปัญหาทั้งขาเข้า ที่ล่าช้าไปจากปฏิทินเกือบ 6 เดือน และขาออกที่เจอข้อจำกัดจากสถานการณ์โควิดทำให้ไม่สามารถใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องเลือกวิธีนี้เพื่อตัดงบ 10% มากองรวมไว้เพื่อเกลี่ยไปใช้จ่ายเรื่องสำคัญในยามฉุกเฉินจำเป็นก่อน ควบคู่ไปกับใช้งบกลางหากยังไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าในระหว่างรอสถานการณ์เบาบางลง รัฐบาลจำเป็นต้องค้นหาโอกาสจากวิกฤตให้ได้ โดยส่วนตัวเชื่อมั่นในศักยภาพเรื่องการท่องเที่ยว และการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้แท้ๆของคนไทยว่า เมื่อสถานการณ์เบาบางลงการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นไวแน่นอน หากเรายังสามารถรักษาสถานะการควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้แบบนี้ เพราะจะทำให้ไทยมีภาพพจน์ใหม่ที่มีระบบสาธารณสุขเป็นเลิศปลอดภัย ประกอบการเหตุผลทางความรู้สึกทางใจของคนทั่วโลกมีต่อคนไทย ในเรื่องความมีน้ำใจต่อคนต่างชาติ ไม่มีภาพพจน์เห็นแก่ตัวในสถานการณ์วิกฤตโควิด โดยเชื่อได้เลยว่า ผลบุญนี้จะย้อนกลับมาหาเราในอนาคตแน่นอน

นายนิกร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่า หลังสถานการณ์โควิดความมั่นคงทางด้านอาหารจะสำคัญมาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ บอกแล้วว่า อาหารจะแพงขึ้น จากสถานการณ์นี้ประเทศผู้ผลิตไม่สามารถผลิตอาหารได้ อีกทั้งจากสถานการณ์ทางการเงินของโลกที่จะเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง จากการที่ประเทศมหาอำนาจพิมพ์เงินใส่ระบบให้ประชาชนของตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ยึดโยงโครงสร้างใดๆนั้น ในอนาคตจะทำให้ค่าของเงินเปลี่ยนไป ในวันนี้หากมีความจำเป็นต้องกู้เงินก็ควรทำให้เต็มที่ โดยใช้แหล่งที่มาภายในประเทศ กู้เงินจากประชาชนออกเป็นพันธบัตรรัฐบาล นำเงินในอนาคตมาใช้ โดยไม่สร้ากระทบต่อการเงินการคลังเพื่อแปลงเงินมาเป็นทรัพย์ให้ประเทศ

โดยเฉพาะเม็ดเงินดังกล่าวนำมาจ้างงานในพื้นที่ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ต้องตกงาน กลับต่างจังหวัดเพื่อลดการแพร่ระบาดตามมาตรการของรัฐบาล โดยอัดเงินลงไปสู่ระดับล่าง ผ่านกลไกของระบบสหกรณ์ และระบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อหลีกเลียงประโยชน์ที่จะตกแก่ทุนใหญ่ ไปทำเรื่องแหล่งน้ำรองรับภาคเกษตร ใช้โอกาสที่เราอยู่ภาวะสงครามโรค พัฒนาศักยภาพให้ไทยเป็นหน่วยพลาธิการของโลก เพราะจากนี้อาหารจะมีความจำเป็นมาก เราฐานะที่ไทยเป็นเจ้าพ่อในเรื่องดังกล่าว สามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองรองรับความต้องการของโลกได้ โดยไม่ต้องกังวลว่า กู้เงินแล้วจะมีการทุจริต เพราะเงินก้อนนี้ หากพบว่า ในยามทุกข์เข็ญยังมีการใช้งบไปในทางมิชอบ คนที่เกี่ยวข้องจะมีโทษทางสังคมรุนแรงกว่าโทษทางกฏหมายหลายเท่า จนไม่มีใครกล้า เพราะจะเป็นบาปต่อแผ่นดินติดตัวตลอดไป

บทความก่อนหน้านี้มาเลย์ยังเหนื่อย! เจอผู้ติดเชื้อใหม่อีกกว่าร้อย เกาะแน่นยอดติดเชื้อสะสมมากสุดในอาเซียน
บทความถัดไป“ยุทธพงศ์” วอน “บิ๊กตู่” ชะลอซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำมูลค่า 2.2 หมื่นล้าน