เชียงรายล็อกดาวน์หมู่บ้าน หลังพบผู้ป่วยโควิด 3 ราย มาจากที่เดียวกัน ทุกฝ่ายร่วมใจหนุนหมอ-จนท.สกัดไวรัส

เชียงรายปิดหมู่บ้าน หลังพบป่วยโควิด 3 ราย มาจากที่เดียวกัน

เมื่อวันที่​ 1​ เมษายน​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี จ.เชียงราย ได้มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคโควิด-19 จำนวน 129 ราย ตรวจไม่พบเชื้อจำนวน 120 รายและพบติดเชื้อจำนวน 9 รายดังกล่าว โดยผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ อ.เทิง จำนวน 2 ราย อ.แม่จัน จำนวน 3 ราย อ.เทิง อ.แม่สาย จำนวน 3 ราย และ อ.เมืองเชียงราย จำนวน 1 ราย นั้น ล่าสุดนายวันดี ราชคม นายอำเภอแม่จัน ได้เสนอไปยังนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ขอให้มีการปิดหมู่บ้านแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน แล้ว หลังจากพบว่าผู้ป่วยทั้ง 3 รายมาจากหมู่บ้านเดียวกันนี้ทั้งหมด โดยทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากกรุงเทพฯ ในช่วงละช่วงเวลากันแล้วไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านกระทั่งมีอาการป่วยจึงไปพบแพทย์จึงพบว่าติดเชื้อดังกล่าว ส่งผลทำให้ในหมู่บ้านมีกลุ่มผู้ที่เฝ้าระวังและต้องกักตัวเป็นจำนวนรวม 37 ราย ขณะที่ในหมู่บ้านในประชากรจำนวน 800 คนจากทั้งหมด 155 ครัวเรือน ดังนั้นทางที่ประจำอำเภอและตำบลจึงเห็นว่าเพื่อป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วนจึงขอให้ปิดหมู่บ้านหรือล็อคดาวน์เป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ทาง อ.แม่จัน ยังแจ้งอีกว่าเมื่อได้สอบถามประชาชนในพื้นที่แล้วปรากฎว่ามีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทางราชการและจะปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับด้วยดีด้วย ทำให้ทาง อ.แม่จัน ได้จัดเตรียมการตั้งศูนย์อำนวยการขึ้นบริเวณหมู่บ้านดังกล่าว โดยจะมีการจัดเจ้าหน้าที่คัดกรองและเวรยามไปประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงไปจนถึงวันที่ 14 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวมีสภาพแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำทาง อ.แม่จัน จึงขอสนับสนุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน รวมทั้งขอรับการสนับสนุนสิ่งของประเภท อาหาร เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย ฯลฯ อีกด้วย ซึ่งล่าสุดทางผู้บริหารระดับสูงของ จ.เชียงราย แจ้งว่าทางจังหวัดได้อนุมัติให้ดำเนินการตามนั้นแล้ว โดยมีการจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลหมู่บ้านและควบคุมเส้นทางเข้าออกจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติต่อไป

ด้านการช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ที่ติดเชื้อและคัดกรองนั้นพบว่ายังดำเนินไปควบคู่กัน โดยที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ซึ่งเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้มีภาคเอกชนต่างๆ นำสิ่งของไปบริจาคเพื่อสนับสนุนแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีร้านค้าหลายรายได้นำอุปกรณ์?ป้องกัน?ระบบทางเดินหายใจที่มีฉากอลูมิเนียมกั้นไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่สำหรับใช้ตรวจร่างกายและอุปกรณ์อื่นๆ อีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนเทคนิคเชียงรายรุ่น 39 กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนอนุบาลเชียงราย รุ่น 35 ได้รวบรวมเงินสดสั่งซื้อชุดป้องกันหรือพีพีอีให้โรงพยาบาลจำนวน 50 ชุด คณะครูโรงเรียนอนุบาลเชียงรายได้ร่วมกันทำหน้ากากป้องกันใบหน้าหรือเฟซชีลด์ (face shield) เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลจำนวน 400 ชิ้น ฯลฯ.

ขณะที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนตรงจุดผ่านแดนถาวรแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 ยังคงมีชาวเมียนมาที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทยเดินทางไปขอรอข้ามฝั่งกลับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเดินวนอยู่บริเวณหน้าด่านในช่วงเช้าประมาณ 10 กว่าคนก่อนจะทะยอยเดินทางด้วยรถสองแถวจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร อ.แม่สาย ไปลงที่หน้าด่าน จนช่วงสายมีกว่า 30 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าปัจจุบันทาง อ.แม่สาย จัดสถานที่เพื่อให้พักพิงชั่วคราวภายในศาลาวัดพระธาตุดอยเวาใกล้กับด่านพรมแดนและในปัจจุบันมีแรงานชาวเมียนมาไปพักพิงอยู่แล้วจำนวน 58 คน ขณะที่มีคนไทยหลายคนแวะเวียนไปให้อาหารและน้ำรวมทั้งพูดคุยกับแรงงานดังกล่าว ซึ่งบางคนไม่สวมหน้ากากอนามัยทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่สาย ต้องเข้าไปตักเตือนเป็นระยะๆ ด้วย

ทั้งนี้ที่ผ่านมาทางการไทยจะประสานไปยังทางการ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อให้รับตัวแรงงานตกค้างเหล่านี้กลับประเทศเป็นครั้งๆ ไป เนื่องจากในปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีการปิดพรมแดนทุกจุดเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยฝ่ายไทยประกาศปิดพรมแดนไปตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาแล้วยกเว้นตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ห่างออกไปประมาณ 3.5 กิโลเมตรเพื่อการขนส่งสินค้าระหว่างกันเพียงจุดเดียวเท่านั้น ขณะที่แรงงานชาวเมียนมาที่ตกค้างส่วนใหญ่ระบุว่าสาเหตุที่เดินทางกลับช้าเพราะต้องรอรับเงินเดือนเมื่อถึงเวลาสิ้นเดือน มี.ค.ก่อนและคาดว่าจะมีเพื่อนแรงงานที่ประสบปัญหาเดียวกันทะยอยเดินทางไปสมทบที่ชายแดนตลอดทั้งวันด้วย

ขณะเดียวกันพบว่าบริเวณริมฝั่งลำน้ำสายที่เป็นเส้นเขตแดนทางทหารกองกำลังผาเมือง ได้นำลวดหนามไปขึงเป็นรั้วเอาไว้ตรงจุดที่อาจจะมีการลักลอบข้ามฝั่งไปมาได้เนื่องจากปัจจุบันลำน้ำสายแห้งและคับแคบสามารถเดินเท้าข้ามได้ด้วยระยะทางประมาณ 10-15 เมตรเท่านั้น และที่ผ่านมามีกระแสว่ามีชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งได้พยายามข้ามฝั่งมาโดยอาศัยสภาพชายแดนดังกล่าวเพื่อมาหาซื้อสินค้าที่จำเป็นโดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคตามตลาดและร้านค้าสะดวกซื้อใน อ.แม่สาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขึงรั้วลวดหนามเอาไว้หลายจุดเนื่องจากไม่สามารถอยู่เฝ้าในทุกจุดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าล่าสุดได้มีนักธุรกิจชาว จ.เชียงราย ชื่อว่านายประเสริฐ ปัญสุวรรณ อายุ 43 ปี เจ้าของโรงแรมสปินโนแมด โฮสเทล ซึ่งเป็นโรงแรมตกแต่งสไตล์ย้อนยุคหรือวินเทจ ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน (สายเก่า) ใกล้สี่แยกประตูสลี อ.เมืองเชียงราย ประกาศมอบที่พักของโรงแรมเพื่อให้แพทย์และพยาบาลรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ใน จ.เชียงราย สามรถเข้าพักได้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อเป็นการร่วมให้กำลังใจคณะบุคคลดังกล่าวในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 หลังจากที่ในปัจจุบันโรงแรมดังกล่าวจะให้บริการนักท่องเที่ยวทั่วไปโดยเฉพาะชาวต่างประเทศที่นิยมไปพักบริเวณดังกล่าว เพราะอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย ใกล้ไนท์บาซ่าร์และหอนาฬิกาเมืองเชียงรายที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญพอดี

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่าหลังจากประเทศไทยประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตนก็รู้สึกเห็นใจบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมากเพราะต้องเป็นกลุ่มแรกๆ ที่รับมือกับผู้ป่วยและผู้ที่คัดกรอง ดังนั้นตนในฐานะคนไทยคนหนึ่งจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคลากรจึงได้เปิดห้องพักแบบส่วนตัวหรือไพรเวทให้เข้าพักได้ฟรีจำนวน 6 ห้อง ซึ่งก็คาดหวังว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ พยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะโรงแรมของเราตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทำให้ท่านเหล่านั้นสามารถเดินทางไปกลับเพื่อการดูแลผู้ป่วยได้ง่ายขึ้นในกรณีที่เป็นผู้ที่มีบ้านพักอยู่ไกลและต้องการที่พักที่ใกล้กว่าชั่วคราว

“นอกจากนี้ยังสามารถแวะไปอาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย รับประทานอาหาร พักผ่อน ฯลฯ ได้อีกด้วยซึ่งทางโรงแรมยินดีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งท่านที่ประสงค์จะใช้บริการตามที่แจ้งสามารถติดต่อทางโรงแรมได้ที่โทรศัพท์ 090-3281166 หรือทางเพจ Spinomad Hostel ได้” นายประเสริฐ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ใน จ.เชียงราย พบว่ายังมีผู้ติดเชื้อแล้วจำนวน 9 ราย ปัจจุบันผู้ป่วยจะถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพียงแห่งเดียว ล่าสุดทำให้นายแพทย์สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้เดินทางไปหารือกับ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ. ศุภกร โรจนนินทร์ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ซึ่งเป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ มฟล.และคณะ เพื่อสำรวจความพร้อมสถานที่รองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หากว่ามีเพิ่มเติมอีก โดยจะใช้สถานที่ของโรงพยาบาลศูนย์ มฟล.ดังกล่าว

ซึ่งพบว่าปัจจุบันโรงพยาบาลดังกล่าวมีความพร้อมรองรับผู้ป่วยทั่วไปได้จำนวน 100 ราย และจะจัดสถานที่เพื่อรองรับกรณีไวรัสโควิด-19 ดังกล่าวให้จำนวน 30 เตียง กระนั้นหากสถานการณ์แย่กว่าที่คาดไว้ก็สามารถขยายเป็น 100 เตียงได้ ทั้งนี้โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล.เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2561 โดยออกแบบให้เป็ฯโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 137 ไร่ ติดถนนพหลโยธินห่างจากที่ตั้งหลักของ มฟล.ประมาณ 1 กิโลเมตร โดยสร้างขึ้นด้วยงบประมาณของรัฐบาลมูลค่า 2,727 ล้านบาท.

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘ดีอีเอส’ พร้อมหั่นงบ 10% ช่วยแก้วิกฤตโควิด-19
บทความถัดไปพลังงานเล็งชงครม.ออกมาตรการช่วยปชช.สู้โควิดก็อก2