“ยูนิเซฟ” จัดส่งอุปกรณ์การแพทย์หลายสิบล้านชิ้น ปกป้องบุคลากรสาธารณสุขทั่วโลกจากโควิด-19

วันที่ 1 เมษายน 2563 องค์การยูนิเซฟเดินหน้าจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของที่จำเป็นหลายสิบล้านชิ้น ซึ่งรวมถึง อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล หรือ PPE (Personal Protective Equipment) เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

อุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของที่จำเป็นที่ได้จัดซื้อจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบด้วย หน้ากากอนามัยจำนวน 26.9 ล้านชิ้น เครื่องช่วยหายใจ 4.8 ล้านเครื่อง ชุดป้องกันความปลอดภัย 6 ล้านชุด เสื้อกาวน์ผ่าตัด 7.1 ล้านชุด แว่นตาป้องกัน 1.5 ล้านชิ้น และเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้แบบอินฟราเรด 29,000 เครื่อง

นางเอ็ตเลวา คาดิลลี ผู้อำนวยการฝ่ายคลังสินค้าของยูนิเซฟ ในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นคลังเก็บสิ่งของจำเป็นเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วในตอนนี้ ทำให้เกิดอุปสรรคนานัปการด้านการจัดซื้อและขนส่งสินค้า แต่เรากำลังพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อจัดส่งสิ่งของจำเป็นเหล่านั้นให้ทันเวลา การปกป้องบุคลากรด้านสาธารณสุขคือสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ พวกเขาคือฮีโร่ที่ต่อสู้อยู่ด่านหน้า ผู้ที่กำลังทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยชีวิตเด็ก ๆ และครอบครัวท่ามกลางวิกฤตครั้งใหญ่ของโลกซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยูนิเซฟได้จัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นไปยังประเทศต่าง ๆ แล้วหลายล้านชิ้น ยกตัวอย่างเช่น

  • เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคมูลค่าราว 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 66 ล้านบาท) ไปยังมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เพื่อช่วยรัฐบาลจีนในการรับมือกับโรคโควิด-19 ซึ่งประกอบไปด้วย เครื่องกระตุ้นหัวใจ 150 เครื่อง เครื่องวัดคลื่นหัวใจไฟฟ้า 200 เครื่อง เครื่องอัลตราซาวด์แบบพกพา 35 เครื่อง เครื่องให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 100 เครื่อง หน้ากากอนามัย N95 40,000 ชิ้น เสื้อกาวน์ 20,000 ชิ้น และแว่นป้องกัน 13,000 ชิ้น
  • ชุดอุปกรณ์ป้องกัน PPE น้ำหนักรวมกว่า 8 ตัน ไปยังกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เพื่อแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ใน 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และจะส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มอีกกว่า 18.5 ตัน ในเร็ว ๆ นี้
  • ชุดอุปกรณ์ป้องกัน PPE กว่า 14 ตัน พร้อมหน้ากากอนามัยกว่า 114,000 ชิ้น เสื้อกาวน์กว่า 12,000 ชุด และถุงมือเกือบ 450,000 คู่ ไปยังประเทศปากีสถาน เพื่อช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้า

ในเร็ว ๆ นี้ยูนิเซฟมีแผนจัดส่งอุปกรณ์เหล่านี้ไปยังประเทศเกาหลีเหนือ เอริเทรีย อินโดนีเซีย ปาเลสไตน์ และเวเนซูเอลา พร้อมเตรียมจัดส่งเครื่องผลิตออกซิเจน ไปยังประเทศเซาท์ซูดาน คองโก เอริเทรีย ยูเครน และอัฟกานิสถาน

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ฝ่ายคลังสินค้าของยูนิเซฟต้องเผชิญกับอุปสรรคใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ข้อจำกัดด้านการบินและการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้การจัดส่งทั่วโลกชะลอเป็นคอขวด ส่งผลให้การส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ในประเทศต่าง ๆ เป็นไปอย่างล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

เพื่อจัดการกับความท้าทายเหล่านี้ ยูนิเซฟกำลังดำเนินการร่วมกับผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศและองค์กรพันธมิตร เพื่อจัดลำดับความสำคัญและจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำเพื่อส่งสิ่งของที่จำเป็นแก่ประชากรที่กำลังต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน นอกจากนี้ ยูนิเซฟได้กระจายสิ่งของที่จำเป็นไปยังคลังสินค้าที่อื่น ๆ นอกจากกรุงโคเปนเฮเกน เช่น ดูไบ ปานามา และอักกรา และกำลังเตรียมการแบบเดียวกันนี้ในทางตะวันออกและตอนใต้ของทวีปแอฟริกาอีกด้วย

สำหรับประเทศไทย ยูนิเซฟร่วมกับยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กำลังดำเนินการจัดส่งสบู่และเจลแอกอฮอล์กว่า 150,000 ชิ้นไปยังเด็กและเยาวชนที่เปราะบางทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยูนิเซฟได้จัดทำและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลและป้องกันตนเองจากโควิด-19  ให้แก่ประชาชน และมีแผนจัดส่งเครื่องสแกนอุณภูมิแบบพกพาไปยังโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในประเทศไทย จัดทำคู่มือสำหรับโรงเรียนเพื่อให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะกลับมาเรียนอย่างปลอดภัยเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว รวมทั้งจัดทำข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเด็กข้ามชาติและครอบครัวใน 20 จังหวัด ในด้านนโยบายสังคม ยูนิเซฟกำลังจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีต่อประชากรกลุ่มเปราะบางเพื่อทำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลไทยเพื่อขยายระบบความคุ้มครองทางสังคมไปสู่แก่กลุ่มที่เปราะบางที่สุดต่อไป

บทความก่อนหน้านี้วงค์ ตาวัน | รัฐบาลแบบไหน-สู้ไวรัสล้างโลก
บทความถัดไป“สิระ” วอน ส.ส.ทุกคน เสียสละเงินเดือนเพื่อบ้านเมือง พร้อมขนรถกู้ภัยฉีดยาฆ่าเชื้อโควิด-19