ส.ส.ก้าวไกล เสนอรัฐเยียวยา นร.-นศ. แนะปรับลด-คืนค่าเทอม ช่วง “โควิด-19” ระบาด

วันที่ 1 เมษายน 2563 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล เสนอรัฐบาลเยียวยานิสิตนักศึกษาในช่วงโควิด-19 ระบาด ว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักเรียน-นักศึกษา เป็นจำนวนมาก ซึ่งพอจะสรุปให้เห็นเป็นรูปธรรมใน 7 เรื่องหลัก คือ 1.การขอคืนค่าเทอมบางส่วน เนื่องจากในช่วงโควิด-19 ระบาดเป็นต้นมา มีการงดการเรียนการสอนเป็นเรียนออนไลน์ สอบจากที่บ้านหรือหอพัก มหาวิทยาลัยจึงใช้ทรัพยากรและงบประมาณน้อยลงในการจัดการเรียนการสอน

2.มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากที่ทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อส่งตัวเองเรียน การมีมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ย่อมกระทบต่อการทำงานพาร์ทไทม์ ทำให้พวกเขาขาดรายได้ และไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้เนื่องจากไม่มีแม้แต่ค่ารถ

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า 3.จากข้อ 2 ทำให้นักศึกษาบางคนมีปัญหาไม่มีเงินจ่ายหอพักในช่วงสิ้นเดือนที่ผ่านมา 4.นักศึกษาที่กู้ยืมกยศ. หรือได้รับทุนจากมหาวิทยาลัย ไม่สามารถทำกิจกรรมอาสาตามเงื่อนไขของทุนการศึกษาได้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยปิดทำการ ทำให้ขาดรายได้ 5.ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งกำลังพิจารณาที่จะคืนค่าเทอมบางส่วนให้นักศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ธรรมศาสตร์, ม.ศรีปทุม, ม.หอการค้า ม.นอร์ทกรุงเทพ, ม.กรุงเทพ, ม.หาดใหญ่ เป็นต้น ในขณะที่มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา อนุมัติคืนค่าเทอมแล้ว 20% แต่ยังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีท่าทีใดๆ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า 6.ตนไปดูเอกสารรายงานการเงินมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ชี้แจงต่อ กมธ.งบประมาณ ปี 2563 พบว่าสถานะทางการเงินของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอยู่ในเกณฑ์ดี เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่หากมหาวิทยาลัยไหนที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของงบประมาณ รัฐบาลสามารถเข้ามาสนับสนุนเรื่องนี้ได้ และ7. มหาวิทยาลัยราชภัฎหลายแห่ง มีกองทุนสนับสนุนมหาวิทยาลัย ซึ่งควรนำกองทุนนี้มาใช้ช่วยเหลือนักศึกษาในช่วงนี้ได้

ส.ส.พรรคก้าวไกล ระบุว่า จากปัญหารูปธรรมข้างต้นตนคิดว่ารัฐบาลควรมีมาตรการเยียวยา ดูแลนิสิต นักศึกษาใน 3 มาตรการ คือ 1.ให้รัฐบาลและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ประสานงานไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆให้พิจารณาคืนค่าเทอมในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละมหาวิทยาลัย หรือในอัตราขั้นต่ำ 20% หรือเกลี่ยงบประมาณอื่นๆ เพื่อเยียวยานักศึกษาทั่วประเทศทันที

2.ดำเนินนโยบายเงินเดือนเยาวชน(ตามที่นโยบายอดีตพรรคอนาคตใหม่เคยเสนอ) โดยอุดหนุนให้เยาวชนอายุ 18-22 ปี เดือนละ 2,000 บาท เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษา สามารถวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงนี้ได้ ทั้งนี้จากข้อมูลเมื่อเดือนธ.ค. 62 ประเทศไทยมีประชากรในกลุ่มวัยนี้ ประมาณ 4.3 ล้านคน จะใช้งบประมาณ 25,860 ล้านบาท ส่วนเยาวชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม หรือเป็นลูกจ้างสถานประกอบการ ก็ให้รับการเยียวยาจากมาตรการด้านแรงงาน)

3. มหาวิทยาลัยต่างๆ ควรพิจารณา ปรับลดค่าเทอมในเทอมต่อไป เนื่องจากการปิดมหาวิทยาลัยในช่วงนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งสามารถประหยัดงบประมาณในด้านสาธารณูปโภคได้เป็นจำนวนมาก และยังเป็นการแบ่งเบาภาระที่นิสิตนักศึกษาต้องแบกรับในช่วงวิกฤตนี้อีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้‘แรมโบ้อีสาน’ขอบคุณ’สมพงษ์’จับมือรบ.สู้โควิด-19 แซะลูกพรรคตีกินทางการเมือง
บทความถัดไปวงค์ ตาวัน | รัฐบาลแบบไหน-สู้ไวรัสล้างโลก