สธ.ย้ำ ‘สัมผัสเสี่ยงสูง-ติดเชื้อ’ โควิด-19 แม้ไม่แสดงอาการต้องแอดมิด

สธ.ย้ำ ‘สัมผัสเสี่ยงสูง-ติดเชื้อ’ โควิด-19 ไม่แสดงอาการต้องแอดมิด

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ สธ.ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และมีผู้สัมผัสใกล้ชิดนั้น ในขั้นตอนการสอบสวนโรคแพทย์จะต้องกระทำอย่างตรงไปตรงมา หากเป็นผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงจะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัส และกักกันตนเองให้ครบระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งขณะนี้มีการให้เจ้าหน้าที่ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักกันตนเองแล้วจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนผู้ที่ต้องกักกันตนเอง 14 วัน มีผู้บริหารระดับสูงของ สธ.ด้วย

ด้าน นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวถึงแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ว่า มีการปรับเปลี่ยนแปลงไปตามระยะของสถานการณ์ ซึ่งจะมีการแบ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อ ออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ กลุ่มที่ 2 ผู้ติดเชื้อแต่มีอาการเบาคล้ายไข้หวัด หรือไม่มีโรคเสี่ยงอื่นๆร่วมด้วย กลุ่มที่ 3 ผู้ติดเชื้อแต่มีอาการเบาคล้ายไข้หวัด แต่มีโรคเสี่ยงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคอ้วน การกินยากดภูมิ โรคเบาหวาน โรคตับแข็ง ฯลฯ กลุ่มที่ 4 ผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการปอดบวมแต่อาการไม่รุนแรงและไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ กลุ่มที่ 5 ผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการปอดบวมและมีอาการรุนแรงใช้เครื่องช่วยหายใจ

“ในผู้ป่วย 3 กลุ่มแรก จะมีความสำคัญมาก เนื่องจากเราต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล (รพ.) ให้หายอย่างแน่นอน และจำเป็นจะต้องรับไว้อย่างน้อย 2-7 วัน เนื่องจากในช่วงนี้สามารถมีการเปลี่ยนแปลงไปในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงได้” นพ.สกานต์ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.สกานต์ กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจะต้องอยู่ในการรักษาในสถานพยาบาลก่อน โดยกลุ่มที่ไม่มีอาการจะสังเกตอาการโดยที่ไม่จ่ายยา กลุ่มที่มีอาการถ้าอาการน้อย จะมีการเฝ้าสังเกตไปก่อนแต่หากเริ่มมีอาการก็จะมีการปรับสูตรยาตามความเหมาะสม และภายหลัง 7 วัน หากอาการดีขึ้น จะมีการจัดให้อยู่ในที่หอผู้ป่วยเฉพาะ หรือโรงพยาบาลเฉพาะกิจ (ฮอทปิเทล ) ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยหนึ่งดูแลโดย รพ.ต้นสังกัด ดังนั้นการจะเข้าสู่ระบบการรักษาจะต้องมีการเข้าระบบของ รพ.ต้นสังกัดก่อน หลังจากครบ 14 วัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถกลับบ้านได้และสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคม หากแยกห้องทำงานได้ให้แยกห้องทำงาน ไม่ไปร่วมรับประทานอาหารกับผู้อื่น และจะต้องปฏิบัติเช่นนี้ไปจนครบ 1 เดือน

นพ.สกานต์ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ยังไม่มีการตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ จะต้องมีการกักกันตนเองอยู่ที่บ้านระยะเวลา 14 วัน และเมื่อครบกำหนดสามารถใช้ชีวิตทำงานได้ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรักษาระยะห่างทางสังคม

บทความก่อนหน้านี้พปชร.ประสานส.ส.เร่งทำความเข้าใจ ปชช.รับ 5 พันบาท 3 เดือน
บทความถัดไปกทม.เข้มเข้า-ออกกรุงเทพฯ สกัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19