“จุรินทร์” เคาะ 4 มาตรการ เงินช่วยผู้พิการ รายละ 1,000 บาท ถ้วนหน้า พร้อม พักชำระหนี้ 1 ปี

“จุรินทร์” เคาะ 4 มาตรการ เงินช่วยเหลือผู้พิการ รายละ 1,000 บาท ถ้วนหน้า พร้อม พักชำระหนี้ 1 ปี ลูกหนี้กองทุนส่งเสริมคนพิการ

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทาวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 1/ 2563 ที่กระทรวง

นายจุรินทร์แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ 4 เรื่อง 1.เห็นชอบให้มีการพักชำระหนี้เงินกู้ที่ผู้พิการกู้เงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยให้พักชำระหนี้ออกไป 12 เดือนนับจากเดือนเมษายนปีนี้ไปจนถึงเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งจะมีส่วนช่วยพักชำระหนี้ให้กับผู้พิการจำนวน 134,497 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 3,180 ล้านบาท

2.ให้จัดวงเงินกู้ให้กับผู้พิการที่ต้องการกู้เงินไปประกอบอาชีพในช่วงภาวะประสบภัยโควิด-19 เป็นกรณีพิเศษวงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยใช้เงินจากกองทุนผู้พิการจัดให้ โดยมีเงื่อนไข คือไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และให้กู้ ได้รายละไม่เกิน 10,000 บาท แบบไม่มีดอกเบี้ยและให้เริ่มชำระหนี้เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับจากวันกู้เป็นต้นไป

3.ให้ตัดเงินจากกองทุนผู้พิการจำนวน 2,000 ล้านบาทโดยประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่ากับผู้พิการคนละ 1,000 บาท ซึ่งมีผู้พิการอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 2,000,000 คนโดยจะขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาเงินกองทุนผู้พิการไว้ให้เร่งช่วยดำเนินการในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดภายในเดือนเมษายนนี้

4. ที่ประชุมเห็นชอบให้เสนอรัฐบาลให้ช่วยพิจารณากรณีเพิ่มเงินรายเดือนสำหรับผู้พิการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเคยได้ให้ความเห็นชอบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ที่จะเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้พิการรายเดือนจาก 800 เป็น 1,000 บาท และให้เริ่มต้นจ่ายจากวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป แต่ขณะนั้นมีหมายเหตุห้อยท้ายว่าให้เพิ่มให้เฉพาะผู้พิการที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้มีผู้พิการได้รับการเพิ่มเงินส่วนนี้เพียง 1,000,000 คน จึงขอเสนอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือในการเพิ่มเบี้ยหรือเงินช่วยเหลือรายเดือนเป็น 1,000 บาท สำหรับคนพิการคนอื่นๆด้วยที่อยู่ในระบบทะเบียนของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

บทความก่อนหน้านี้เทศมองไทย : ปิดเมืองสู้โควิด-19 เรียนรู้จากสิงคโปร์
บทความถัดไปการ์ตูนหน่อง/กลับบ้าน ต้องไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่น