‘บิ๊กแป๊ะ’ สั่งปราบอาชญากรรมทุกมิติเฉียบขาด ไม่ให้โจรซ้ำเติมประชาชน แม้ ตร.แบ่งกำลังตั้งด่านโควิด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือวิทยุในราชการ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 0007.35/922 ลงวันที่ 30 มีนาคม ถึงผู้รับปฏิบัติ ผบช.น. ภ.1-9 ก. ปส. ทท. สตม. ส. ตชด. และ สยศ.ตร. ผู้รับทราบ นรม.และ รมว.กห. จตช. รอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ใจความว่า คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 76/2563 เรื่องจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการเร่งด่วนในการบริหารสถานการณ์ เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอันเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และข้อสั่งการนายกฯในการประชุมบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา เมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น.‬ ณ ทำเนียบรัฐบาล ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามมาตรการด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และบังคับใช้กฎหมายในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่เกิดขึ้น

ด้วยปัจจุบันข้าราชการตำรวจมีภารกิจในการสนับสนุนเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสกระทำความผิด สร้างความเดือดร้อนและซ้ำเติมประชาชน ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ทุกหน่วยดำเนินการดังนี้

1.ให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นการตัดช่องโอกาสในการกระทำความผิดของมิจฉาชีพและผู้ไม่หวังดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น การรวมตัวแข่งรถในทาง การขับขี่รถขณะเมาสุรา หรือการประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

2.สภาพปัญหาเศรษฐกิจทำให้เกิดอัตราการว่างงาน ส่งผลต่อแนวโน้มของการเกิดอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้น จึงให้ทุกหน่วยดำเนินมาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมให้มีประสิทธิภาพ

3.ดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับผู้ที่ก่ออาชญากรรมที่เป็นการซ้ำเติมประชาชนทุกประเภท เช่น การกักตุนสินค้าและบริการ การกู้ยืมเงินโดยมีอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น หลอกลวงขายสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเผยแพร่หรือส่งต่อข่าวปลอม (Fake News) เป็นต้น

4.บังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงแจ้งมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด

บทความก่อนหน้านี้สธ.ยันไม่ปิดกั้น “ประชาชน” บริจาค ขอบคุณ “เสียงปรบมือ” ในคืนวันที่ 29 มีนาฯ
บทความถัดไปแบงก์ออมสินเลื่อนให้กู้ 1 หมื่น จ่ายดอก 10 บ.เป็น 15 เม.ย. เกรงสับสนกับเงินเยียวยา5พัน