นครพนม วุ่นอีกสั่งกัก 34 ราย เคยไปร่วมงานแต่ง ในหมู่บ้านที่พบผู้ติดเชื้อโควิด

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าเกี่ยวกับ มาตรการดูแลควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด หลังมีการตรวจพบ ผู้ป่วยเป็นหญิง อายุ 63 ปี ชาวบ้านท่าดอกแก้ว หมู่ 5 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ที่เดินทางกลับมาจากทำงานที่ กทม. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 และป่วยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีผลตรวจยืนยันออกมาตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 จนกระทั่งทางจังหวัดนครพนม ได้ระดมทีมควบคุมเฝ้าระวังเข้าไปตรวจสอบคัดกรอง กักตัวชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงกว่า 30 ราย พร้อมปิดเข้า-ออก หมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 30 วัน และเร่งทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อต่อเนื่อง พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ไล่ไทม์ไลน์ จุดเสี่ยงทุกจุด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ล่าสุดทางด้าน นายกามนิต มงคลเกตุ สาธารณสุขอำเภอศรีสงคราม จ.นครพนม ได้ประสานงานร่วมกับ นายทศวิชัย ม่วงภูเขียว ประธาน อสม.ตำบลนาคำ อ.ศรีสงคราม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบ คัดกรอง ชาวบ้านคำสว่าง หมู่ 2 ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม หลังมีการตรวจพบข้อมูลว่ามีชาวบ้านส่วนหนึ่ง เดินทางไปร่วมงานแต่งในหมู่บ้านท่าดอกแก้วหมู่ 5 ต.ท่าจำป่า อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบคัดกรอง สั่งให้มีการกักตัวรวม 34 ราย เป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อความปลอดภัย และมีทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ และ อสม. เข้าไปตรวจสอบ เฝ้าระวังดูอาการ วันต่อวัน จนกว่าจะพ้นขีดอันตราย เบื้องต้นยังไม่พบมีอาการป่วย และชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายทศวิชัย ม่วงภูเขียว ประธาน อสม.ตำบลนาคำ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เปิดเผยว่า หลังมีการตรวจสอบ พบข้อมูลชาวบ้านคำสว่าง หมู่ 2 ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม ได้เคยเดินทางไป ร่วมงานแต่ง ในพื้นที่บ้านท่าดอกแก้ว ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน เนื่องจาก เจ้าสาว เป็นคนในพื้นที่บ้านคำสว่าง หมู่ 2 และ ไปจัดงานแต่ง ที่บ้านท่าดอกแก้ว เป็นหมู่บ้านเดียวกันที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ และมีบุคคลที่ใกล้ชิดผู้ป่วยเสี่ยงติดเชื้อมาร่วมงานด้วย โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำบุคคลกลุ่มเสี่ยงไปตรวจคัดกรอง ยังไม่พบติดเชื้อ แต่ทางหมู่บ้าน เห็นว่า เพื่อความปลอดภัย เพราะมีความเสี่ยง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้ามาคัดกรอง เข้าสู่กระบวนการกักตัว 34 ราย เพื่อเพิ่มมาตรการควบคุม ดูแล เฝ้าระวัง ซึ่งทุกรายจะต้องกักตัวเองในบ้าน จนครบ 14 วัน และมีเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบวัดไข้แบบวันต่อวัน จนกว่าจะปลอดภัย

บทความก่อนหน้านี้รพ.จุฬาภรณ์ เปิดสายด่วน COVID-19 เริ่ม 1 เมษายนนี้
บทความถัดไปไทยใต้ตอนล่างติด ‘โควิด-19’ ทะลุ 100 ราย ‘ปัตตานี’ แชมป์ ‘สตูล’ ยังรอด