ส.ส.โรม ฉะรัฐบาล แก้ปัญหา หน้ากากอนามัย-ไข่แพง แบบคน‘สายตาสั้น’

วันที่ 27 มี.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กหลังเข้าพื้นที่จ.นครสวรรค์ ติดตามคดีแม่ค้าไข่ไก่ถูกจับ โดยระบุว่า กรณีแม่ค้าไข่ไก่เมืองนครสวรรค์ถูกจับกุมเนื่องจากขายไข่ไก่เกินราคา คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท

ตนติดตามความคืบหน้าเนื่องจากกังวลว่าจะเป็นการดำเนินการทางกฎหมายที่กระทบต่อผู้ค้ารายย่อย ในช่วงการระบาดของ โวิด-19 การลงพื้นที่พบว่าแม่ค้าได้รับการประกันตัวไปแล้ว โดยใช้ตำแหน่งราชการของญาติแทนการวางหลักทรัพย์ พนักงานสอบสวนกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ 100,000 บาท ซึ่งเป็นวงเงินที่สูง

ประเด็นราคาไข่ไก่ที่จำหน่ายหน้าร้าน ทางแม่ค้ายืนยันได้กำไรต่อแผงแค่ 10-15 บาท เนื่องจากราคาที่รับมาอยู่ที่ 140-145 บาทต่อแผง สำหรับไข่ไก่เบอร์ 0 ตนจึงตรวจสอบราคาจากผู้ประกอบการขายส่ง

เบื้องต้นพบว่าราคาไข่ไก่ช่วงสถานการณ์ โควิด-19 มีราคาแพงขึ้นจริง มีปัจจัยมาจากต้นทุนการเลี้ยงไก่สูงขึ้น รวมทั้งปัจจัยจำนวนโควตาแม่พันธุ์ไก่ไข่ตามที่รัฐบาลกำหนด ที่จริงเกษตรกร รวมทั้งผู้ประกอบการ พ่อค้า-แม่ค้ารายย่อย ต้องแบกรับภาระขาดทุนมาตลอด คือยิ่งขายจำนวนเยอะยิ่งขาดทุน

ราคาขายไข่ไก่ทุกขนาดจะแพงขึ้นจากปี 2562 ประมาณฟองละ 1 บาท ยกตัวอย่าง ราคาขายปลีกคละเบอร์ ตกแผงละ 116 บาท ขณะที่ราคาตามประกาศของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่(คละ)อยู่ที่แผงละ 84 บาท ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร และประกาศกกร. ฉบับที่ 53 พ.ศ. 2562 การกำหนดไข่ไก่เป็นสินค้าควบคุม

กรณีนี้พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ใช้ราคา 84 บาทต่อแผง เป็นราคากลาง บวกกับการคำนวนทางวิชาการ จึงแจ้งความจับกุมแม่ค้าคนดังกล่าวว่า ผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร มีโทษความผิดตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท

แน่นอนว่ากรณีนี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้บริโภค แต่จากข้อมูลที่ลงพื้นที่พบว่าราคาขายส่งสูงกว่าราคากลางอยู่พอสมควร การจับกุมผู้ค้ารายย่อยโดยแจ้งข้อหาที่มีอัตราโทษสูงไม่ได้ทำให้ราคาไข่ไก่ถูกลงแต่อย่างใด แน่นอนว่ามีการขายไข่ไก่แพงจริงในหลายพื้นที่ ในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในกทม. มีการขายไข่ไก่แพงเกินไป บางแห่งเบอร์ 2 ฟองละเกือบ 6 บาท

มีข้อเสนอเบื้องต้นว่า กระทรวงพาณิชย์ควรสำรวจราคาขาย ราคาต้นทุนในตลาดไข่ไก่ทั้งระบบเพื่อทราบราคากลางของตลาดที่แท้จริง และอาจกำหนดราคากลางใหม่ เพราะการใช้ราคากลางเมื่อปี 2562 มาเปรียบเทียบแล้วจับกุมผู้ค้ารายย่อย นอกจากจะไม่สามารถควบคุมราคาไข่ไก่ให้ถูกลงได้แล้ว ยังซ้ำเติมประชาชนในกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าเข้าไปใหญ่

รัฐบาลควรมีมาตรการเร่งด่วน และจริงจังในการสร้างสมดุลของราคาสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน มิเช่นนั้นจะกระทบทั้งคนซื้อและคนขาย

นอกจากนี้ ขอเสนอไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในส่วนของการจับกุม และการใช้ดุลพินิจในการกำหนดวงเงินหลักทรัพย์ในการประกันตัว ควรใช้เกณฑ์ขั้นต่ำไว้ก่อน เพราะมีแนวโน้มว่าคนที่อาจถูกแจ้งข้อกล่าวหานี้อาจเป็นพ่อค้า+แม่ค้ารายย่อย การหาเงินมาประกันตัวหนึ่งแสนบาทนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพี่น้องพ่อค้าแม่ค้า

สุดท้ายกรณีราคาไข่ไก่ คงเป็นอีกประเด็นที่สะท้อนประสิทธิภาพในการเตรียมการรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ โควิด-19 ของรัฐบาล ซึ่งแม้จะเริ่มมีผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปลายม.ค. 2563 แต่การเตรียมการต่างๆ นับตั้งแต่เรื่องปริมาณหน้ากากอนามัย เรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์ จนถึงล่าสุด เรื่องราคาไข่ไก่

พอเข้าสู่เดือนก.พ. รัฐบาลน่าจะวิเคราะห์ได้แล้วว่าทิศทางจะเลวร้ายลง แต่รัฐบาลไม่มีแนวทางป้องกันเรื่องเหล่านี้เลย จนสุดท้ายวันนี้ภาระต้องตกมาอยู่ที่ประชาชน นับว่ารัฐบาลสายตาสั้นมากๆ

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ตนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือโดยใช้เจลแอลกอฮอล์ ทุกๆ 1 ชั่วโมง และพยายามลงจากรถน้อยที่สุดตามมาตรการ social distancing

ประเดิม ขายไข่แพง แม่ค้าปล่อยโฮกลางโรงพัก ถูกจับ โอดทำไมไม่ไปดูราคาหน้าฟาร์ม

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่เต้น! สั่งด่วนหาต้นตอ “ไข่แพง” เตือนอย่าฉวยโอกาศซ้ำเติมชาวบ้าน
บทความถัดไปจดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 27 มี.ค.- 2 เม.ย. 2563