หมอสุภัทร โพสต์ถามท่านคนไหน เผย “เราติดเชื้อแล้วยัง” มันดังก้องในหัว

หมอสุภัทร เผยเสียงที่ดังก้องในหัว

จากกรณีบุคลากรทางการแพทย์ได้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รวม 9 คน ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับมาตรการลดความเสี่ยงแพทย์ติดเชื้อว่า การติดเชื้อของแพทย์ตอนนี้ยังเป็นการติดเชื้อจากการที่ไม่ดูแลตนเองนั้น จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์เกิดความไม่พอใจ และมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนรัฐมนตรี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

หมอสุภัทรโพสต์ถามท่านรู้ไหม

ล่าสุดวันที่ 27 มี.ค. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “มีเสียงที่ดังก้องในหัวของเรา ท่านรู้ไหม แทบทุกวันของแพทย์โรงพยาบาลจะนะ มีการทำ swab ตรวจหาเชื้อโควิดในกลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง ชีวิตเรากำลังเปลี่ยนไปมาสองสัปดาห์แล้ว ต้องใส่ชุด PPE เต็มยศเพื่อป้องกันไวรัสที่เรามองไม่เห็น นี่คือหน้าที่ที่เราเรียนหมอมา ทุกคนถ้าอยู่ในเวรที่ต้องทำ swab ก็ลงมือทำ ไม่มีเกี่ยงงาน เราทำเต็มที่เพราะเราคือหมอ เราคือพยาบาล

นพ.สุภัทร ระบุต่อว่า แต่สำหรับพวกเราแล้ว เรารู้ว่าเราต้องป้องกันตนเอง เรามีครอบครัวมีพ่อแม่ที่เรารักรออยู่ที่บ้าน เมื่อใส่ชุดนี้ เราก็มั่นใจว่าเรามีโอกาสได้รับเชื้อโรคน้อยลงมาก เพราะเราป้องกันอย่างดี และจะได้ทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายสู่คนอื่นๆในโรงพยาบาล อันนี้เรามั่นใจว่าเราทำได้ดี

“แต่จุดที่เสี่ยงกว่าของแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกลับเป็นห้องฉุกเฉิน ห้องตรวจโรคทั่วไป ห้องผู้ป่วยใน เพราะเราป้องกันตนเองเพียงหน้ากากอนามัย หมวกคลุมผม faceshield และถุงมือ ด้วยคนไข้ที่หลากหลายและปริมาณงานที่มาก ทำให้เราไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด คำถามประจำวันของแพทย์พยาบาลจึงมีในหัวเสมอว่า “เราติดเชื้อแล้วยังว่ะ” นพ.สุภัทร ระบุ

นพ.สุภัทร ระบุอีกว่า เป็นการยากที่จะบอกว่าการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์นั้นติดมาจากงานหรือจากชีวิตส่วนตัว อาจพอบอกได้ แต่จะติดจากไหนก็เถอะ ก็ควรให้กำลังใจกัน ไม่ไป bully เขา ประกันชีวิตตายได้หลักล้านนั้นไม่ค่อยมีประโยชน์นัก สิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์อยากได้มากกว่าคือ การมีอุปกรณ์ป้องกันไวรัสที่เพียงพอ มากกว่าแค่หน้ากากอนามัยที่ยังขาดแคลนอยู่แม้จะดีขึ้นบ้าง

นพ.สุภัทร ระบุด้วยว่า นอกจากนี้คือขวัญกำลังใจ รวมทั้งการออกแบบระบบหรือนโยบายที่เข้าท่า ที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดให้ช้าลงได้ ไม่เคยใส่ชุดนี้ต่อหน้าคนไข้จริงๆ ไม่มีทางรู้หรอกว่า “มันลุ้นขนาดไหน” “เราติดเชื้อแล้วยังว่ะ” มันดังในหัวของบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนแหละครับ ท่านรู้ไหม

บทความก่อนหน้านี้สถานทูตเผยผ่อนผันเอกสารคนไทยในอังกฤษกลับบ้าน ใช้หลักการเดิม
บทความถัดไปเช็คเลย!! มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทุกธนาคาร ลดดอก-ชะลอจ่าย ค่าผ่อนบ้าน-รถ-บัตรเครดิต