“การบินไทย” ออกมาตรการช่วยพนักงาน 2 หมื่นชีวิต หลังเลิกบินหนีโรคระบาด

วันที่ 25 มีนาคม 2563 นายนเรศ ผึ้งแย้ม ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือพนักงานของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันเป็นลูกหนี้สถาบันการเงิน บริษัทได้เปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัท สามารถยื่นขอหนังสือรับรองการเป็นพนักงานผู้ที่มีรายได้ลดลง สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจการบินของบริษัท เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารในการยื่นขอผ่อนผันการชำระหนี้ ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สถาบันการเงินตามมาตรการของรัฐบาล

นายนเรศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีพนักงานมาขอหนังสือรับรองจำนวนมาก แต่เนื่องจากสำนักงานสนามบินสุวรรณภูมิจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. อาจทำให้เกิดปัญหาขอหนังสือรับรองไม่ทัน สหภาพจึงประสานขอให้สำนักงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขยายเวลาขอหนังสือรับรองออกไปก่อน ซึ่งขณะนี้ได้ตอบรับที่จะขยายเวลาการเปิดสำนักงานออกไป เพื่อรองรับความต้องการพนักงานแล้ว

นายนเรศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย ได้ออกประกาศสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการบินไทยจำกัดที่ 21/2563 เรื่องมาตรการให้บริการในช่วงการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นลูกหนี้ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ โดยมีการผ่อนผันการชำระเงินต้นให้แก่สมาชิกที่เข้าโครงการลาหยุด โดยไม่รับเงินเดือนด้วยความสมัครใจ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.-30 ก.ย.63 (หรือเท่ากับลดเงินเดือนด้วยความสมัครใจประมาณเดือนละ 30% ของฐานเงินเดือนตนเอง) ให้สามารถชำระเงินต้นค่างวดเหลือคงที่งวดละ 1,000 บาทต่อสัญญา (ไม่รวมดอกเบี้ย) เท่านั้น เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

“สหภาพฯเห็นว่า สหกรณ์ควรขยายสิทธิ์ดังกล่าวให้ครอบคุลมสมาชิกที่เป็นลูกหนี้ทุกคนของบริษัท ไม่เฉพาะลูกหนี้ในโครงการ ลาหยุดโดยไม่รับเงินเดือน เนื่องจากตั้งแต่เดือนเม.ย.นี้ พนักงานทุกคนที่มีอยู่กว่า 2 หมื่นคน ต้องยินยอมให้บริษัทลดเงินเดือนตัวเอง 25 % ตามกฎหมายหลังจากบริษัทประกาศหยุดบิน เบื้องต้นได้หารือร่วมกับสหกรณ์ฯ ขอให้มีการขยายสิทธิ์แล้ว”

นายนเรศกล่าวต่อว่า ประกาศสหกรณ์ฉบับดังกล่าว ยังมีการออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการถอนเงินของสมาชิก โดยระบุว่าเพื่อเฉลี่ยการทอนเงินให้สมาชิกมีเงินไว้ใช้จ่ายในภาวะวิกฤต สหกรณ์ฯจะให้สมาชิกถอนเงินได้คนละไม่เกิน 300,000 บาทต่อเดือน ส่วนยอดเงินที่ขอถอนเกินกว่า 300,000 บาทหรือถอนเพื่อปิดบัญชีสหกรณ์ ฯ จะรับคำขอถอนไว้ และพิจารณาทยอยจ่ายให้ตามสภาพคล่องทางการเงินของสหกรณ์ฯจนครบยอดเงินฝากทุกบัญชีโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 63 เป็นต้นไป

บทความก่อนหน้านี้ปตท.สผ. ได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส จาก ป.ป.ช. เป็นครั้งที่ 3
บทความถัดไป“สบขุ่นโมเดล”จากโมเดลสู่ความสำเร็จ