“สุรนันทน์” ออกโรง! วอนรัฐบาลนึกถึงลูกจ้างรายวัน ก่อนงัดยาแรง เตือนอย่าเอาเกมส์ชิงอำนาจมาปะปน

วันที่ 24 มีนาคม 2563 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและเจ้าของธุรกิจอาหารชื่อดัง ได้กล่าวแสดงความเห็นถึงมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ที่ตอนนี้รัฐบาลได้ประกาศปิดสถานที่และร้านต่างๆเป็นเวลาราว 4 สัปดาห์และมีข่าวลือถึงการประกาศเคอร์ฟิวว่า ถ้าจะมีการบังคับให้ทุกคนอยู่กับบ้าน ยกเว้นออกมาซื้ออาหารและยา ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า shelter in place ก่อนสิ้นเดือนนั้น ส่วนตัวมีความเห็นว่ามนุษย์เงินเดือน ลูกจ้าง พนักงาน หรือแม้แต่ข้าราชการตายเลย เพราะไม่มีเงินในกระเป๋าซื้ออาหารและของใช้จำเป็น หลายบริษัทคงเบี้ยวเงินเดือนแน่ เพราะสภาวะการเงินก็แย่อยู่แล้ว

“รัฐบาลต้องพยายามให้พ้นวันที่ 31 มีนาคมก่อน ให้ลูกจ้างทุกคนมั่นใจว่า มีเงินในกระเป๋า พอดูแลตัวเองได้ และการประกาศนั้น ไม่ใช่นึกจะทำก็ทำอย่างที่ กทม.ทำเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน ต้องบอกระยะเวลาให้ชัดเจน ให้ทุกคนได้เตรียมตัว วิถีชีวิตของคนเดินถนนต้องดำเนินต่อไปได้ เพียงแต่รัฐบาลจะขอให้ประชาชนเสียสละ เพื่อลดการเสียชีวิตจากโรค และลดภาระของบุคลากรทางแพทย์ ไม่ใช่สื่อสารแบบทหารว่า “เคอร์ฟิว” แล้วทำเลย เพราะนี่ไม่ใช่ภาวะสงครามหรือรัฐประหาร แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมาย จำกัดสิทธิเสรีภาพเพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยโดยรวมของประชาชนอย่างแท้จริง อย่าเอาเกมช่วงชิงอำนาจมาปะปน” นายสุรนันทน์ กล่าว

อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า อีกทั้ง ยังต้องกำหนดให้ชัดเจนด้วยว่า ประชาชนจะซื้ออาหารได้ที่ใด เพราะตลาดสดก็ปิดเขาหมดแล้ว อาหารข้างทางก็ไม่มี ร้านอาหารจะเปิดเพื่อให้บริการสั่งกลับบ้านต่อได้หรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่คิดให้ทุกคนเข้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอย่างเดียว และไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าถึงบริการส่งอาหารอย่าง Grab หรือ Foodpanda ได้

นายสุรนันทน์ กล่าวต่อว่า และถ้าปิดร้านอาหารหมด บริการส่งอาหารเหล่านั้นก็ไม่มีที่ไปอยู่ดีมาตรการที่ให้ประชาชนเขาจะหาซื้อหยูกยาจะเป็นอย่างไร และมีช่องทาง outlet และสต็อกของเพียงพอ มีการควบคุมราคาแต่แรกหรือไม่ คิดหรือยัง อีกทั้ง ความสมดุลย์ของมาตรการจัดการกับโรคระบาด กับมาตรการที่เศรษฐกิจที่จะทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยเดินหน้าต่อได้เป็นประเด็นนโยบายที่ต้องกำหนดแนวทางให้ชัด

นายสุรนันทน์ กล่าวด้วยว่า ไม่ใช่คิดแต่จะช่วย คิดแต่จะให้ประโยชน์กับบริษัทใหญ่และเจ้าสัวอย่างเดียว คนรวยได้แล้วก็ไป เขาไม่มาอุ้มคนจนหรอก “อีกทั้ง ต้องไม่คิดเป็นรัฐราชการ ที่เดี๋ยวรัฐก็มีเงินจ่ายเงินเดือน กลไกเศรษฐกิจระดับรากหญ้าต้องหมุนได้ ต้องอยู่รอด ไม่เช่นนั้นระบบเศรษฐกิจโดยรวมจะพังพินาศ และประเทศไทยจะล่มสลาย ยากที่จะฟื้นได้”

บทความก่อนหน้านี้สมชัย ตั้ง 7 คำถามหา ‘หน้ากากอนามัย’ ขาดตลาด เผย 25 มี.ค.เจอกันใน กมธ. ปชช.
บทความถัดไปย้อนไทม์ไลน์การรักษาชายวัย 70 ติดเชื้อ ‘โควิด-19’ เสียชีวิตในไทยเป็นรายที่ 2