‘ศิริกัญญา’ ชี้ ‘รัฐสวัสดิการ’ ทางออกศก.ถดถอย-อุ้มแรงงาน พ้นพิษวิกฤต “โควิด-19”

เมื่อวานนี้ (21 มีนาคม 2563) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลและส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงแนวทางแก้ไขปัญหาภาวะซบเซาและผลกระทบต่อภาคแรงงานอันเกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้ส่งผลต่อภาคธุรกิจของไทยทุกระดับแล้ว

โดยน.ส.ศิริกัญญามองว่า ท่ามกลางวิกฤตทางสังคม-สุขภาพจาก COVID-19 ที่พ่วงมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งจากนักท่องเที่ยวลดลง คนไม่กล้าออกไปจับจ่ายใช้สอย และรายได้ที่ลดลงของภาคธุรกิจ ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดหนีไม่พ้นแรงงาน

ทั้งแรงงานในระบบที่ถูกปรับลดค่าจ้าง-ชั่วโมงการทำงาน แรงงานนอกระบบที่จำนวนมากเป็นคนค้าขายชีวิตผูกติดกับภาคท่องเที่ยวและบริการที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในเวลานี้ รวมไปถึงอาชีพอิสระอย่างเด็กเสิร์ฟ นักดนตรี หรือลูกจ้างรายวันในสถานบริการที่ต้องปิดชั่วคราวตามมติ ครม. ที่ต้องขาดรายได้ลงเป็นช่วงเวลาหนึ่ง

แต่จากที่ดิฉันเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาของรัฐบาล ดิฉันเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นมาตรการอุ้มผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ การลดหย่อนค่าใช้จ่ายภาษีต่างๆ ส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน และไม่มีส่วนไหนเลยที่จะเข้าไปช่วยเหลือประคับประคองรายได้ของแรงงานนอกระบบให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้

ส่วนหนึ่งดิฉันก็เข้าใจรัฐบาลที่ไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้ เพราะแรงงานนอกระบบเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของกำลังแรงงาน แต่เราแทบจะไม่มีฐานข้อมูลของคนกลุ่มนี้เลยว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน รายได้ต่อเดือนเป็นเท่าไหร่ ซึ่งส่งผลสืบเนื่องคือไม่สามารถออกมาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุดไปถึงคนกลุ่มนี้ได้

สำหรับดิฉัน ปัญหารากฐานจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลไม่เก็บข้อมูล แต่ปัญหาจริง ๆ คือรัฐบาลไม่มีเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงในชีวิตประชาชนซึ่งเป็นหลักคิดพื้นฐานของรัฐสวัสดิการ

📌 ข้อเสนอของดิฉัน ในระยะสั้น รัฐบาลต้องออกมาตรการให้ความช่วยเหลือแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบที่รายได้ลดลงจากสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยสำหรับแรงงานในระบบ แม้ว่าระบบประกันสังคมจะครอบคลุมการชดเชยรายได้ในกรณีถูกเลิกจ้างแล้ว แต่การถูกลดค่าจ้างหรือการบังคับหยุดงานโดยไม่ได้ค่าจ้างหรือ Leave without pay นั้น ผิดกฎหมายแรงงาน และยังไม่มีมาตรการดูแลที่เพียงพอจากภาครัฐ

ส่วนแรงงานนอกระบบและ Freelance ที่ขาดรายได้ในช่วงนี้รัฐบาลต้องตั้งกองทุนพิเศษและเปิดให้มีการลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้คนเหล่านี้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการปิดสถานประกอบการยืดเยื้อ หรือมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นกว่านี้ให้ประชาชนกักตัวอยู่แต่ในบ้าน (ซึ่งอันนี้เป็นคนละอย่างกับการแจกเงินเพื่อกระตุ้นการบริโภคนะคะ)

📌 ส่วนระยะยาว รัฐบาลต้องหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างรัฐสวัสดิการอย่างจริงจัง โดยการปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อดึงให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้น โดยขยายสิทธิประโยชน์ของแรงงานประกันสังคม ม.39-40 ควบคู่กับการจัดทำฐานข้อมูลรายได้ประชากรที่เชื่อมกับสรรพากร เพื่อทราบรายได้ที่แท้จริงของประชาชน และรัฐบาลจะสามารถจัดทำระบบประกันรายได้่ขั้นต่ำประชาชน หรือ Minimum Income Guarantee เป็นตาข่ายทางสังคมรองรับประชาชนทั้งในยามวิกฤตและในภาวะปกติ

บทความก่อนหน้านี้เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์/เรื่องของสำนึกร่วม
บทความถัดไปการ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/ตาสว่าง