“ประยุทธ์” เห็นชอบ ทุนจีนทุ่มแสนล้าน ผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล แลกสร้างเขื่อนกั้นสาละวิน!

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะ รองประธานคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายวีระกรได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “(แม่น้ำ) ยมตอนล่าง อยู่ที่ต.เตาปูน ( อ.สอง จ.แพร่) ไม่ใช่ตำบลสะเอียบแล้วนะครับ จุดที่ผมว่าเนี่ยจะลดขนาดของ (อ่าง) ยมตอนล่างลง จากเดิมออกแบบ ประมาณ 550 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) เราจะเหลือไม่เกิน 400 ล้านลบ.ม. คืออย่างน้อยถ้าลุ่มน้ำยม ผมใช้ว่า อ่างเก็บน้ำเตาปูนเพราะอยู่ที่ตำบลเตาปูน ท่านห้ามพูดเขื่อนนะฮะ

เพราะหากพูดเขื่อนปุ๊บเราจะเข้าเมืองสะเอียบไม่ได้ เค้าจะไล่ทุบเราออกมา ก็ใช้คำว่าอ่างเก็บน้ำเตาปูน อยู่ใต้ตำบลสะเอียบลงมา โดยประมาณแล้ว 400 (ล้าน ลบ.ม.) ไม่เกิน 400 (ล้าน ลบ.ม.) ทำไม คือจะไม่เข้าไปแตะต้องตำบลสะเอียบเลยครับ จุดน้ำสูงสุดเนี่ยจะไม่เข้าไปท่วมสะเอียบแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ถ้าเค้ายอมเนี่ยอย่างน้อยเราจะมีสัก 400 ล้าน (ลบ.ม.) ไว้บริหารจัดการยามน้ำแล้ง

เราก็ปล่อยน้ำลงใส่ข้างล่างได้ ยามน้ำท่วมก็กักไว้ได้บ้าง ก็ดีกว่าไม่มี อะไรก็ตามที่มันช่วยได้บ้าง มันก็ดีกว่าไม่มีน้ำ

“ท่านคงทราบดีว่าบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่ลาดชันมากไม่ใช่ 45 องศาน่ะ เท่าที่ดูถ้าท่านจำได้ 60 องศา น้ำจะไหลลงมาแรงมาก เวลามันลงก็จะมาท่วมเขตอำเภอต่างๆ ของจังหวัดแพร่ อำเภอตอนล่าง พวกวังชิ้น ศรีสัชนาลัย สุโขทัย จะโดนน้ำท่วมหมด

น้ำมาแรงเพราะความลาดชันมันสูง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าถ้าเราในฐานะผู้แทนราษฎร เป็นกรรมาธิการ ได้มีโอกาสไปคุย ซึ่งเราจะเชิญแกนนำของสะเอียบมาด้วย แต่ท่านต้องช่วยผมท่องนะ ท่องใช้คำว่าอ่างเก็บน้ำเตาปูน อย่าไปแตะต้องคำว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นอันขาด ผมอยากให้ท่านช่วยจำ เวลาเราไปคุยเดี๋ยวเราหลุดไปคำแก่งเสือเต้น ล่ะ วิ่งออกมาไม่ทันเลยนะท่าน เค้าโดนกันมาเยอะแล้ว ผมเตือนท่านนะครับ ก็ให้ท่านช่วยแก้ด้วยเวลาเราไปประชุม เรามีเวลา 1 วันเข้าไปดูลุ่มน้ำยมตอนบน

“หนึ่งวัน เข้าไปดูลุ่มน้ำยมตอนบน คือเขตอำเภอเชียงคำ (จ.พะเยา) เนี่ยเป็นต้นน้ำยมใน ต.เชียงคำ ซึ่งเป็นจุดก่อนที่เราจะเข้าจังหวัดน่าน เราอยู่กก มาอิง จากอิง เราจะแวะเข้ามานอนที่เชียงม่วน เพื่อที่จะได้มีโอกาสคุยกับชาวเตาปูนหรือชาวสะเอียบ เท่าที่รายงานจากกรมชลประทาน ชาวเตาปูนมีความดีใจที่อยากจะได้อ่างเก็บน้ำตัวนี้

แต่ชาวสะเอียบกลัวมาก เพราะฉะนั้นเราก็จะเชิญผู้แทนสะเอียบมา และในฐานะผู้แทนราษฎร เราก็จะยืนยันว่าระดับกักเก็บสูงสุดจะไม่เข้าไปกล้ำกรายตำบลสะเอียบเลย จะไม่เข้าไปท่วมเลย คือผมว่ามันน่าดีใจนะ น่าดีใจ ถ้าเราทำสำเร็จ 400 ล้าน(ลบ.ม.)ก็ยังดีกว่าไม่มีสักล้านหนึ่งเลย เวลาน้ำลงมาจากเขาด้วยความชัน 60 องศาเนี่ย มันมาเร็วมาก”

นายวีระกร กล่าวว่า “เรื่องที่สอง ที่ผมอยากจะเรียนในที่ประชุม ตามที่ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯได้มีมติว่าเราเห็นชอบที่จะผลักดันโครงการผันน้ำจากแม่น้ำเมยและแม่น้ำยวม ทั้งสองโครงการข้ามภูเขาสูงประมาณ160 เมตร เพื่อลงมาสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพล

เราจะสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำยม (แม่น้ำยวม) ข้ามเขาโดยอุโมงค์เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เมตรกว่า ไหลลงไปหาแม่หูด (แม่งูด-อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ) ไหลลงแม่น้ำปิงที่ดอยเต่า ส่วนอีกจุดหนึ่งจุดใต้ลงมาที่เราไปดูกันมาแล้ว จากห้วยแม่ขะแนขี้เทอร์ ก็จะทำฝายเล็กๆ กั้นและเก็บน้ำได้ประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร และเราก็จะสูบข้ามเขาสูงประมาณ 160 เมตรเหมือนกัน และก็จะไหลลงไปหาแม่น้ำแม่ตื่น แล้วไหลลงแม่น้ำปิง

“ทั้งสองโครงการนี้ ทางกรรมาธิการฯของเราก็ได้รับทราบและได้เห็นชอบกันไปแล้ว ผมจึงถือโอกาสนี้เข้าไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง เมื่อวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้มีโอกาสเล่าให้ท่านฟัง สิ่งที่ท่านพูดกับเราก็คือ หนึ่ง เห็นชอบเลย อยากทำมากโครงการตัวนี้ และผมยืนยันกับท่านตามคำพูดของหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย

ถ้าท่านทำโครงการนี้ได้ เติมน้ำให้ภาคเหนือตอนล่างให้ภาคกลางตอนบนได้ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาน้ำอุดมสมบูรณ์ ท่านได้เป็นนายก 8 ปีแน่เลย ผมเอาคำพูดของหมอจาตุรงค์ไป ท่านนายกบอกเอาเลย ส่งเลยแล้วผมก็บอกว่าตอนที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการเรื่องนี้ได้มีบริษัทจีนที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจีน เค้าเข้ามาทาบทาม เข้ามาเสนอนะครับ ซึ่งข้อเสนอนี้ผมไม่มีสิทธิ์รับหรือไม่รับ

รองประธานกมธ. กล่าวว่า “ผมเรียนท่านนายกฯทราบ ทั้งสองโครงการนี้ รัฐบาลไม่ต้องลงทุนเลยนะครับ 40,000 กว่าล้านกับ 70,000กว่าล้าน เป็น 110,000 ล้าน รัฐบาลไม่ต้องลงทุนสักบาทเดียวเลย รัฐบาลจีนจะมาลงทุนทำให้ เป็นเมกะโปรเจค โดยที่เขาจะขอรัฐบาลไทยทำเขื่อน ลักษณะทำกระแสไฟฟ้า 3 ตัวด้วยกันนะครับ

เป็นลักษณะของ run-off river คือไม่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ เป็นการเอากระแสน้ำหมุนเทอร์ไบน์ ปั่นเครื่องปั่นไฟ 3 ตัวด้วยกัน บนบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำสาละวิน 3 จุดด้วยกันนะครับ เค้าจะขายกระแสไฟฟ้าให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า

นายกฯ บอกอยากให้ทำจังเลยผมชอบที่สุดเลยคือของฟรี ท่านนายกบอก แต่การพูดกับรัฐบาลพม่ามันยาก ผมบอกไม่ต้องห่วง โครงการนี้รัฐวิสาหกิจของจีนเค้าบอกว่าการเจรจากับรัฐบาลพม่าเป็นหน้าที่ของเค้า

เพราะฉะนั้นเนี่ยจึงทำให้ท่านนายกฯยืนยันว่าสนับสนุนโครงการนี้แล้วให้รัฐวิสาหกิจจีนนี้ไปประสานงานติดต่อกับท่านเฉลิมเกียรติ สทนช. (นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ) โดยตรงเลย ซึ่งผมก็ได้เรียนไปแล้วเมื่อวานนี้(3 มี.ค.) ในการประชุมอนุฯ

“ผมอยากสรุปว่า การผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำภูมิพลประมาณ 3,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ไม่ใช่ความฝันแล้วนะครับ น่าจะใกล้ความจริงมากๆ แล้ว ก็ผลิตผลโดยตรงโดยเฉพาะแม่น้ำปิงตอนล่าง ซึ่งมีจังหวัดที่ติดนครสวรรค์ จะได้รับประโยชน์มหาศาล คลองต่างๆ คลองสวนขวัญ ท่อทองแดงของกำแพงเพชร พวกนี้จะได้ประโยชน์มหาศาล

น้ำจะเป็นระบบชลประทานที่ยอดเยี่ยมเลย ถ้าเรามีการผันน้ำสองโครงการนี้เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทางบริษัททางจีนเอาจริงเอาจังก็จะประสานกับสทนช.โดยตรง นายกรัฐมนตรี ซึ่งผมได้ถือโอกาส เรียนท่านแล้วว่ามันไม่ใช่ความฝันเริ่มเป็นความจริงที่ใกล้ด้วย เพราะจีนเค้ารับปากเจรจา

ส่วนราคาค่ากระแสไฟฟ้าเท่าไหร่ยังไง เค้าจะขายเท่าไหร่ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เป็นหน้าที่ที่เค้าจะเจรจากับรัฐบาลไทยกันเอง เราไม่เกี่ยวข้องด้วย เราเพียงแต่หวังให้เกิดโครงการนี้ เพื่อสร้างน้ำ สร้างปริมาณน้ำที่จะเพียงพอต่อการใช้ของประเทศไทย”

นายวีระกร กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ลุ่มเจ้าพระยาเรามีน้ำท่าทั้งหมด 28,000ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ไม่น่าเชื่อ ตัวเลขที่เราต้องใช้น้ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 32,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร แปลว่าเราเกินอยู่ 4,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร การใช้เราจะเกินกว่าปริมาณน้ำท่าที่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยค่าเฉลี่ยจะให้ได้ ดังนั้นก็จะพอดีกับการที่เราจะทำสองโครงการนี้ ถ้าเสร็จก็เป็นประโยชน์มหาศาล

“อีกประการก็คือ จากกก อิงน่านที่ผมได้พูดเมื่อตอนต้น ที่เราเตรียมงาน 18-19-20 (มีนาคม 2563 ) อยากเรียนเชิญทุกท่านไป โครงการนี้เราจะผันน้ำได้ประมาณ 2,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงอ่างสิริกิติ์ แน่นอนคงรับไม่ได้ทุกปี บางปีอาจ 1,000 ล้าน (ลบ.ม.) บางปี 2,000 ล้าน (ลบ.ม.) หรืออย่างปีนี้สามารถรับได้ถึง 4,000 ล้าน (ลบ.ม.) ด้วยซ้ำไปเพราะน้ำไม่มีในเขื่อนสิริกิติ์เก็บน้อย ก็สุดแล้วแต่โครงการซึ่งขณะนี้ดูแล้ว กกอิงน่านกรมชลประทานแทบจะทิ้งแล้ว

เพราะเหตุว่ามันลงทุนประมาณแสนกว่าล้าน แล้วก็เดิมทีเขื่อนสิริกิติ์แทบจะเต็มทุกปี มีระยะหลังๆเท่านั้นเองที่ไม่เต็มและขาดน้ำประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็เรียนเพื่อทราบว่าเราจะไปดูเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ด้วย ท่านที่เป็นกรรมาธิการฯร่วมเดินทางก็จะได้ไปดูข้อเท็จจริง แล้วอาจจะช่วยเจรจาช่วยคุยกับประชาชน

โดยเฉพาะที่ผมอยากเรียนเชิญกรรมาธิการฯจากสุโขทัย แพร่ ที่ท่านเดือดร้อน นครสวรรค์ พิษณุโลก ท่านเดือดร้อนจากน้ำท่วม น้ำแล้งทุกปี ช่วยไปที ไปคุยกับคนที่เค้าไม่ยอมให้สร้าง ไปขอร้องเค้า ไฟตฺบังคับนะครับ”

อนึ่ง-ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2563 กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.เชียงราย พะเยาและน่าน เพื่อศึกษาและประชุมเกี่ยวกับโครงการผันน้ำกก อิง น่าน

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ประชาธิปัตย์ บนทาง สองแพร่ง คำถามจาก ภายใน กับภายนอก
บทความถัดไปอิตาลีชัตดาวน์ทั้งประเทศ หลังปิดเมืองยังไม่พอ “โควิด-19” คร่าชีวิตเฉียดร้อยเพียงวันเดียว