“หอวังนนท์-ศึกษานารี “ร่วมด้วย! แฟลชม็อบเรียกร้องประชาธิปไตย ก่อนจบลงอย่างรวดเร็ว

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เมื่อเวลาประมาณ 09.15 น.ที่โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี (หอวังนนท์-ห.ว.น.) ได้มีนักเรียนระดับมัธยมปลายจำนวนหนึ่งร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกร้องสิทธิและความเป็นประชาธิปไตย โดยมีการนัดแนะทำกิจกรรมพร้อมติดแฮชแท็ก #ราชพฤกษ์ช่อนี้อยากมีประชาธิปไตย ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเคลื่อนไหวในระดับนักศึกษาและนักเรียนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ภายหลังการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยบางโรงเรียนอย่างสตรีวิทยาและเตรียมอุดมศึกษาได้ก่อการเคลื่อนไหวแสดงออกทางการเมืองแล้ว ท่ามกลางการจับตามองจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มข้น

โดยในส่วนรร.หอวังนนท์นั้น ได้มีนักเรียนเตรียมการที่แสตนเชียร์ พร้อมด้วยป้ายข้อความและผ้าใบที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและรัฐมนตรีที่มีปัญหาคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ก่อนจะมีนักเรียนมัธยมปลาย ซึ่งวันนี้โรงเรียนมีการสอบเป็นวันสุดท้าย โดยมีนักเรียนที่สอบเสร็จแล้วทยอยมาร่วมกิจกรรมแสดงออกจำนวนพอสมควร

นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่งที่ไม่ขอเอ่ยนาม ได้เปิดเผยว่า ที่ออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบแสดงออกจากทางการเมือง เพราะมีความกังวลใจในอนาคต เนื่องด้วยอยู่ในรัฐบาลและสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ จริงๆเรามีการเมืองอยู่กับชีวิตเรา แต่จุดพีคที่สุดคือปี 2557 ที่คสช.ก่อการรัฐประหาร นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และด้วยเป็นคนที่สนใจการเมืองอยู่แล้ว ก็ตั้งใจอยากเรียนต่อด้านรัฐศาสตร์

“เราอยู่ภายใต้การปกครองของระบอบเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง การเป็นเสียงเล็กๆจากตรงนี้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง จะเป็นการปลุกให้คนจำนวนมากฉุกคิด ให้ออกมาแสดงจุดยืนว่า เราต้องการประชาธิปไตย ไม่ใช่เผด็จการ” นักเรียนผู้อยากเรียนต่อรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กล่าวและว่า ไม่อยากให้เราเพิกเฉยการเมือง เลยไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว

ขณะที่นักเรียนเพื่อนร่วมชั้นอีกคน ระบุว่า ตั้งใจเรียนต่อคณะแพทยศาสตร์ เพราะอยากช่วยเหลือคนตลอด และด้วยสถานการณ์ตอนนี้ไทยขาดบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างมาก สวัสดิการต่างๆอำนวยได้ไม่มากพอ

“ประชาธิปไตยควรเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ใช่ให้ทหารมาปกครองแบบนี้อีกแล้ว ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาก็เห็นแล้วว่าอะไรดี ไม่ดีบ้าง” นักเรียนที่อยากเรียนแพทย์ กล่าว

นอกจากนี้ นักเรียนคนแรกได้กล่าวอีกว่า ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งไม่ควรเพิกเฉย แต่หลายคนกลับเลือกเฉย แม้เป็นสิทธิที่พวกเขาเลือก แต่ว่า สถานการณ์ที่ย่ำแย่มาขนาดนี้ เราควรจะลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มีนักเรียนร่วมกิจกรรมแสดงออกนั้น ได้มีครูประจำโรงเรียนได้มาพร้อมกับรปภ.โรงเรียนเข้ามาให้ยุติกิจกรรม หลังจากเริ่มและดำเนินมาไม่ถึงชั่วโมง ก่อนที่ตำรวจจาก สภ.ปากเกร็ดซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนจะมาสมทบ

ส่วนอีกโรงเรียนที่มีกิจกรรมในเช้านี้อย่างโรงเรียนศึกษานารี เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. เว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและไอลอว์ได้รายงานว่า นักเรียนโรงเรียนศึกษานารีได้มีการมีการรวมตัวทำกิจกรรมภายใต้ชื่อ #กระดุมใหญ่ไฝ้วเผด็จการ โดยเมื่อประมาณ 9.45 น. โรงเรียนได้ประสานทางกทม.มาทำความสะอาดโรงเรียนบริเวณสนามใหญ่ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักเรียนจะทำกิจกรรม

อย่างไรก็ตามทางกลุ่มนักเรียนได้ย้ายไปรวมตัวกันที่สวนหย่อมหน้าโรงเรียน โดย iLaw รายงานว่ามีผู้เข้าร่วมประมาณ 30 คนและมีตำรวจนอกเครื่องแบบสังเกตการณ์ไม่ต่ำกว่า 5 คน กิจกรรมดำเนินไปประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีการชูป้ายและแสดงสัญลักษณ์ก่อนจะยุติในเวลา 11.00 น.

บทความก่อนหน้านี้สธ.แถลง พบผู้ป่วยเพิ่มเป็น 41 ราย ไกด์หนุ่มวัย 25 ปี กลับจากเกาหลีใต้ ติดเชื้อโควิด19
บทความถัดไปกัมพูชาเปิดทางหลวงทุนจีน หวังเชื่อมการค้า-ท่องเที่ยวในภูมิภาค