สภาเดือด’เสรีพิศุทธ์’อภิปรายปมถวายสัตย์ฯ เจอ’ศุภชัย’เบรก ขู่ไล่ออกห้องประชุม

สภาเดือด’เสรีพิศุทธ์’เดินหน้าอภิปรายปมถวายสัตย์ฯ เจอ’ศุภชัย’เบรก ขู่ไล่ออกห้องประชุม สุดท้ายต้องยุติการอภิปราย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ลุกขึ้นอภิปราย ความว่า ประเด็นที่ตนจะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯมีด้วยกันหลายประเด็นเพราะท่านกำกับดูแลหลายหน่วยงาน คนเรามี 1 สมอง 2 มือ วันหนึ่งทำอะไรได้เท่านี้ ท่านน่าจะแบ่งงานให้คนอื่นทำบ้าง เชื่อใจคนอื่นบ้าง ไม่เช่นนั้นจะเป็น ปสด. ไปเสียก่อน ทั้งนี้ ปสด. ป.คือ ป้อมและประยุทธ์ ส. เสรีพิศุทธ์ ด. คือ ดองกัน

โดยขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พยายามอภิปรายถึงข้อกฎหมายต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการถวายสัตย์ฯ ซึ่งอภิปรายได้ประมาณ 3 นาที น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลุกขึ้นประท้วง ขอให้อภิปรายในประเด็น เพราะที่อภิปรายไม่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประธานจึงวินิจฉันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เพิ่งเริ่มอภิปราย ท่านแก่แล้วอาจจะต้องมีท้าวความกันบ้าง

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จึงประท้วงว่าพูดนอกประเด็น ไม่ยอมเข้าเรื่องเสียที จนนายศุภชัยต้องเตือนให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พูดเข้าประเด็นเพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงอีก

แต่ทันทีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เริ่มพูดประเด็นการถวายสัตย์ ว่า คนไทยให้ความสำคัญต่อการถวายสัตย์ปฏิญาณ ผู้ที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมืองจะต้องกล่าวคำปฏิญาณด้วยข้อความที่รัฐธรรมนูญกำหนดเท่านั้น เพื่อประชาชนจะได้มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจงรักภักดี

ทำให้นายชินวร บุญเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคปชป. ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาลประท้วงทันทีว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่วิปทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกับประธานสภาไปแล้ว และการถวายสัตย์ปฏิญาณตนเกิดก่อนการบริหารงานของ ครม. ต่อมาสภาได้มีการเปิดให้อภิปรายทั่วไป รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องนี้แล้ว

ทำให้ส.ส.จากฟากฝ่ายค้าน รุมประท้วงนายชินวรณ์ ว่านายชินวรณ์ไม่มีสิทธิที่จะชี้แจง พร้อมยืนยันว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สามารถพูดได้ ทำให้บรรยากาศที่ประชุมส่อเค้าความวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ

ระหว่างนั้น น.ส.ปารีณา ได้ลุกขึ้นประท้วงว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำตัวดื้อด้าน เหมือนเด็กดื้อรั้น ทำให้ฝ่ายค้านแสดงความไม่พอใจ รุมประท้วงจนน.ส.ปารีณายอมถอนคำพูด จากนั้น นายศุภชัยจึงวินิจฉัยว่า สภานี้ได้มีการเปิดโอกาสใหอภิปรายปมถวายสัตย์ฯไปแล้ว และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดก่อนการเข้าทำหน้าที่ของ ครม. ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเกริ่นเพื่อเข้าสู่การอภิปรายประเด็นอื่นนั้น สามารถทำได้ แต่หากจะอภิปรายในประเด็นนี้ตนไม่อนุญาต เพราะเรื่องนี้ทางวิป 2 ฝ่ายก็ได้ตกลงเรื่องนี้อย่างชัดเจนแล้ว นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้ขาดเรื่องนี้ไปแล้ว และรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตเพราะหากอภิปรายเรื่องถวายสัตย์ฯย่อมกระทบไปถึงสถาบัน จึงไม่สามารถอนุญาตให้อภิปรายได้

ทำให้ส.ส.ฝ่ายค้านรุมประท้วงคำวินิจฉัยของนายศุภชัยทันที จนเกิดหารโต้เถียงกันไปมาระหว่างส.ส.ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน จนการประชุมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ ระหว่างการประท้วง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้กล่าวตำหนินายศุภชัยว่า ทำหน้าที่ประธานเป็นรึเปล่า ทำให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพปชร. ประท้วงว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ดูถูกการทำหน้าที่ของประธาน นายศุภชัย จึงเสียงแข็งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถอนคำพูด เพราะได้ดูถูกประธานสภามาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาประธานไม่ได้ถือสาเท่านั้น ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยอมถอนคำพูด และบอกว่า การตกลงของวิปเป็นการตกลงกันเอง ตนไม่ได้รับรู้ หรือไปตกลงอะไรด้วย การห้ามพูดเรื่องดังกล่าวไม่รู้ไปมั่วกันอย่างไร

ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นชี้แจงหลังจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า มีการไปมั่วตกลงเรื่องนี้กันลับหลังตนเองว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ โดยตนเองไม่รู้เรื่องด้วย ว่า เรื่องนี้ได้มีการประชุมกันในวงใหญ่ นายชวน หลีกภัย ประธานก็เข้า ประธานวิปฝ่ายค้านก็เข้า จะบอกว่ามั่วไม่ได้

ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า ได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้จริง แต่เเม้วิปร่วมจะมีมติอย่างไรก็ทำได้เพียงแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น จะไปบังคับใครไม่ได้ เมื่อตนรับมาชี้แจงสมาชิก สมาชิกยืนยันว่าจะใช้สิทธิส.ส. เราก็ต้องเคารพ ดังนั้น คนที่จะควบคุมการอภิปรายก็คือประธานสภาที่ต้องยึดข้อบังคับการประชุมเท่านั้น ซึ่งการโต้เถียงกันไปมาของทั้ง 2 ฝ่ายเสียเวลากว่า 50 นาที

ในที่สุด นายศุภชัยจึงตัดบทให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อ ในเวลา 11.50 น. แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังคงอภิปรายในประเด็นเดิม บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มตึงเครียด ประธานสภา จึงบอกว่า ไม่อนุญาตให้อภิปรายในประเด็นดังกล่าวอีก เพราะผิดข้อบังคับ และผิดคำวินิฉัยของประธานสภา ซึ่งหาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันที่จะอภิปรายในประเด็นนี้ต่อ จะให้ออกจากห้องประชุม เพื่อไปสงบจิตใจ 30 นาที ตนไม่ได้ขู่ แต่เอาจริง ทำให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สวนทันควันว่า “หากท่านจะเอาจริง ก็เจอกันนอกสภาฯ” ทำให้นายศุภชัย ตอบกลับทันทีเช่นกันว่า ไม่ต้องห่วง ตนไม่กลัว หากมีคนบอกว่าท่านคือ วีรบุรุษนาแก ตนก็เป็นสหายแสง อย่ามาขู่กัน

บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นทันที ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เช่น นายสิระ ฯลฯ สนับสนุนให้ไล่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ออกจากห้องประชุม จนนายศุภชัยต้องปิดไมค์ ขณะเดียวกัน ส.ส.ฝ่ายค้านก็ได้พยายามประท้วงนายศุภชัย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์พยายามอธิบายว่า “อย่าเข้าใจว่าผมข่มขู่ ที่ว่าไปเจอกันนอกสภาหมายถึงไปคุย กินกาแฟ ทำความเข้าใจที่ห้องประธานได้”

นายศุภชัยจึงยอมให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายต่อ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ที่ผ่านมานายกฯหลอกตัวเองตลอด แต่ใครหลอกตัวเองก็ไม่สมควรมาทำหน้าที่นายกฯ ก่อนจะนั่งลง และจบการอภิปรายทันที ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมคลี่คลายลง

บทความก่อนหน้านี้ธงทอง จันทรางศุ | ปรารถนา “รถราง”
บทความถัดไป‘ชวน’เผยฝ่ายค้านตกลงแล้วไม่อภิปรายปมถวายสัตย์ ชี้เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารกับสถาบันฯ