‘บิ๊กตู่’ลุกแจงวุ่นแทนเมีย’อ.น้อง’ไม่เกี่ยวไบโอเมทริกซ์ โวยพวกอ้างชื่อ’นายกฯ-รองนายกฯ’คนโง่ก็เชื่อ

‘บิ๊กตู่’ลุกแจงวุ่นแทนเมีย’อ.น้อง’ไม่เกี่ยวไบโอเมทริกซ์ โวยพวกอ้างชื่อ’นายกฯ-รองนายกฯ’คนโง่ก็เชื่อ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยี (ไบโอเมตริกซ์) หรือลายนิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า ว่า โครงการนี้เป็นโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ที่ได้รับงบประมาณมาจากเงินค่าธรรมเนียมตรวจคนเข้าเมือง 2559-2560 ซึ่งปัจจุบันระบบดังกล่าวใช้กันทั่วโลก ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเพื่อใช้ในราชการแล้วตั้งแต่เดือนส.ค.2562 และมีการติดตั้งไปแล้วจำนวน 1,843 ชุด ซึ่งตนขอความเป็นธรรมในเรื่องการเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตนคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันเยอะ ซึ่งการเป็นเพื่อนร่วมรุ่นไม่ได้ความหมายว่าจะร่วมกันทำความไม่ดี ถ้าพูดเหมาจ่ายแบบนี้ ตนคิดว่าหลายคนที่หนีไป เพื่อนร่วมรุ่นก็เยอะเหมือนกันก็ลองไปตามดู ทุกคนก็ทุจริตกันหมด ตนคิดว่าอยู่ที่ตัวบุคคล และภรรยาของตนเป็นครูอาจารย์มาก่อน และเขาก็ยืนยันและเตือนตนเสมอในเรื่องการทุจริตต่างๆ นี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามสอบถามจากสตม.มาโดยตลอด และทราบว่าวงเงินของโครงการทั้งหมด 2,126 ล้านบาท ในส่วนที่กล่าวอ้างว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับโครงการตนไม่อยากไปก้าวล่วง เพราะเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย และการทำสัญญาไม่ใช่ซื้อแต่กล้อง หรือราคารวมๆ กันแล้วเท่าไหร่ แต่ต้องระบบที่แพงคือระบบ ไม่ใช่กล้อง เพราะระบบมาจากต่างประเทศ ถ้าเขาไม่ขายก็ทำไม่ได้ ยืนยันตนไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรให้ใคร และไม่มีการทุจริต

“เรื่องดังกล่าวมีคณะกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอน ถ้าหากมาถามอะไรก็แล้วแต่มายุ่งเกี่ยว ก็ต้องพิสูจน์กันต่อ ผมคิดว่าผมเชื่อมั่นในภรรยา ผมไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัวกับเขา ถ้าเขาเป็นเพื่อนกับภรรยาผมก็เป็นเรื่องส่วนตัว รู้จักกันแต่ไม่ได้คุยกัน ถ้าอ้างคนตรงนี้ก็เดือดร้อนกันหมด เพราะทุกคนเรียนหลายหลักสูตร ฉะนั้น ถ้าใครไปอ้าง เพราะวันนี้มีคนไปอ้างเยอะ อ้างนายกสั่ง อ้างรองนายกฯสั่ง คนโง่ก็ไปเชื่อ ผมบอกแล้วให้ไปถามผม ว่าผมสั่งจริงหรือไม่ ไปเชื่อได้อย่างไร แม้กระทั่งในโซเชียลก็มีการกล่าวอ้างและใส่ร้ายกันเต็มไปหมด และก็เห็นเยอะในโซเชียลด่ากันไป ด่ากันมา ไม่ดีเลย ปลุกระดมคนให้มาทะเลาะกัน ซึ่งผมคิดว่าจะต้องมีการตรวจสอบ ในส่วนของบางพรรคเขาทำ ทำเยอะด้วยก็คงต้องตรวจสอบกันทั้งหมด ไม่ได้ขู่ใคร แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริง ก่อนที่จะดำเนินการต่อไปในขั้นตอนอื่นบางเรื่องไม่ควรจะมาโจมตีกัน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น เพราะรู้สึกว่าท่านชอบที่จะให้ต่างประเทศ ลดความเชื่อมั่นผม แต่ก็ไม่เป็นไร ผมทนได้” นายกฯกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘วิสาร’แฉ’เพื่อนเมียนายกฯ’ร่วมรุ่น บ.ย.ส. 15 เอี่ยวทุจริต’ไบโอแมทริกซ์’
บทความถัดไป‘หงา’ มาแล้ว ร่ายบทกวีชี้ปม ‘อุดมการณ์’ บอกเจ้านายใหม่รอต้มอุดมกิน