‘หมอสุกิจ’ยัน‘ชวน’เป็นกลาง มีสิทธิ์ห้ามฝ่ายค้านนำเสนอข้อมูลบางอย่างเพื่อคุมประชุม

‘หมอสุกิจ’ยัน‘ชวน’เป็นกลาง ชี้ประธานฯมีสิทธิ์ห้ามฝ่ายค้าน นำเสนอข้อมูลบางอย่าง เพื่อควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ผลสรุปเรื่องระยะเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านการประชุมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร วิปฝ่ายค้าน และวิปฝ่ายรัฐบาลเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนนั้นยังไม่มีการตกลงกันเรื่องการแบ่งเวลาของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทั้งๆ ที่ประธานสภาฯ ได้ทักท้วงว่าให้แบ่งเวลาให้ชัดเจน ซึ่งปรากฏว่าเมื่อเข้าสู่การอภิปรายแล้ว ก็เกิดการถกเถียงกันเรื่องเวลาที่ฝ่ายค้านตำหนิว่าฝ่ายรัฐบาลใช้เวลาในการตอบมากเกินไป จนในที่สุดประธานสภาฯ จึงต้องเชิญวิปทั้งสองฝ่ายมาประชุมร่วมกันเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (25 กุมภาพันธ์) เพื่อตกลงเรื่องการแบ่งเวลาอีกครั้งหนึ่ง สรุปผลว่า ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น. ของเมื่อวานเป็นต้นมา ฝ่ายค้านจะได้เวลาอภิปราย 21 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล ที่รวมทั้งรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จะได้เวลา 10 ชั่วโมง หมายความว่าจะจบการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ (27 กุมภาพันธ์) ที่เวลา 19.00 น. โดยหลังจากปิดการอภิปรายผู้ยื่นญัตติสามารถที่จะสรุปการอภิปราย จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้ แล้วจะมีการลงมติกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. โดยหลังการจบการอภิปรายเมื่อคืนนี้ (25 กุมภาพันธ์) ฝ่ายรัฐบาลเหลือเวลา 8 ชั่วโมง 42 นาที 16 วินาที และฝ่ายค้านเหลือเวลา 14 ชั่วโมง 35 นาที 47 วินาที

ส่วนเรื่องของบรรยากาศในที่ประชุมที่ผ่านมาพบว่าค่อนข้างเรียบร้อย แต่ก็ยังมีการกล่าวหาประธานสภาฯ ว่าวางตัวไม่เป็นกลาง ซึ่งมาทั้งจากฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ปัญหาส่วนใหญ่มาจากเอกสาร และการฉายสไลด์ โดยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อที่ 178 ได้งดเว้นไว้ว่าเอกสารหรือข้อมูลประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากประธานสภาฯ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อประธานสภาฯ เห็นว่าข้อมูลบางอย่างไม่เหมาะสม ท่านก็มีอำนาจที่จะไม่ให้ใช้ในการนำเสนอข้อมูลได้ ทั้งนี้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุม ตามข้อบังคับฯ ข้อที่ 9 ในขณะเดียวท่านก็ติติงด้วยห่วงความห่วงใยเกรงว่าส.ส.อาจจะถูกฟ้องร้อง

ส่วนเรื่องฝ่ายค้านไม่พอใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจยกหน้าที่ให้คนอื่นชี้แจงแทนนั้น นพ.สุกิจ กล่าวว่า ความจริงในการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ได้ตกลงกันว่า แม้ข้อบังคับฯ ข้อที่ 177 จะระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีสิทธิอภิปรายชี้แจง แต่ที่ประชุมได้ให้ขอบเขตว่า นายกฯ หรือรัฐมนตรีทุกคน สามารถใช้สิทธิยกหน้าที่ให้ผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องลุกขึ้นชี้แจงแทนได้ ตนจึงคิดว่าปัญหานี้ไม่ควรมีต่อไปในสภาฯ และอยากให้ส.ส.ทุกคนยึดกติกา เพื่อให้ยุติการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ในเวลาที่กำหนด

บทความก่อนหน้านี้‘อุ๊ หฤทัย’ โพสต์เดือด “ถ้านายกฯยุบสภา ตกงานกันหมดแน่”
บทความถัดไป“โควิด-19” ลุกลามทั่วโลก ทำตลาดหุ้นดิ่งเป็นแถบ