กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 2 เมืองที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดใน AEC “อเด็คโก้” แนะเร่งสปีดฝึกทักษะแรงงานไทยสูงขึ้น หนี AI

บริษัทอเด็คโก้ กรุ๊ป ร่วมกับ Google และสถาบัน INSEAD เปิดรายงานดัชนีศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลของโลกประจำปี 2563 (Global Talent Competitiveness Index: GTCI) พบว่ากรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับ 2 เมืองที่มีศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดในกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นรองเพียงประเทศสิงคโปร์

โดย GTCI เป็นการวัดศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลในทุกมิติ ทั้งด้านปัจจัยส่งเสริมภายใน (Enable) การดึงดูดคน (Attract) พัฒนาคน (Grow) การรักษาคน (Retain) ทักษะสายวิชาชีพ (Vocational & Technical Skills) และความรู้ความสามารถในระดับสากล (Global Knowledge Skills)

สำหรับการจัดอันดับเมืองในปีนี้ เมืองที่มีศักยภาพการแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดได้แก่ “นิวยอร์ก” อันดับสองได้แก่ “ลอนดอน” อันดับ 3 ได้แก่ “สิงคโปร์”

อเด็คโก้ ระบุว่า การที่กรุงเทพมหานครได้อันดับ 2 ของกลุ่มเออีซี สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญด้านทรัพยากรบุคคลและโอกาสเติบโตสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจในภูมิภาค โดยตั้งแต่ปี 2561 กรุงเทพมหานครมีอันดับโลกที่สูงขึ้นทุกปี จากอันดับที่ 78 สู่อันดับที่ 65 และอันดับที่ 57 ในปัจจุบัน นำหน้า “กัวลาลัมเปอร์” เมืองหลวงของประเทศมาเลเซียได้สองปีซ้อน

เมื่อมองภาพรวมในระดับประเทศพบว่า ประเทศไทยมีคะแนนรวมที่ดีขึ้น โดยมีคะแนนที่ 41.30 สูงขึ้นจากปีก่อนมีคะแนนอยู่ที่ 38.62 อย่างไรก็ตามพัฒนาการของไทยยังช้าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยพบว่าอันดับของประเทศไทยลดลงจากอันดับที่ 66 สู่อันดับที่ 67 โดยพบว่าปัจจัยด้านความรู้ความสามารถในระดับสากล ทักษะวิชาชีพ และปัจจัยส่งเสริมภายในที่มีอันดับสูงขึ้นในปีที่แล้ว ในปีนี้กลับมีอันดับลดลงทั้งสามด้าน ส่งผลให้ประเทศอินโดนีเซียแซงขึ้นมาอยู่อันดับที่ 65 และครองอันดับ 4 ในเออีซี

ส่วนในระดับโลกอันดับที่ 1 ยังคงตกเป็นของแชมป์เก่าคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตามด้วยสหรัฐอเมริกาอยู่อันดับ 2 แซงหน้าประเทศสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 3 อันดับที่ 4 ได้แก่ประเทศสวีเดน ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ประเทศเดนมาร์ก

น.ส.ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย กล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีคะแนนรวมสูงขึ้น แต่อันดับตกลงนั้น เป็นเพราะการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ส่งผลให้ตลาดโลกต้องการแรงงานที่มีทักษะที่สูงขึ้นและหลากหลายขึ้น ดังนั้นเมื่อมาเทียบกับประเทศอื่นๆ ศักยภาพการแข่งขันของแรงงานไทยในตอนนี้จึงอาจยังไม่พอกับสภาพตลาดที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน ไทยจึงควรเร่งพัฒนาทักษะให้กับประชาชนซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลในประเทศ ให้มีทักษะที่เป็นที่ต้องการในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านดิจิทัล ทักษะทางเทคโนโลยี ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ทักษะภาษาต่างประเทศ และทักษะทางด้านอาชีวะ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาและส่งเสริมค่านิยมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้แรงงานไทยมีภูมิคุ้มกันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

“นอกจากนี้ปัจจัยส่งเสริมภายในก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็น นโยบายภาครัฐ ความมั่นคงทางการเมือง อัตราการคอร์รัปชัน สภาพตลาดแรงงาน ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ การส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีและการวิจัย ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย”

 

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” ติวเข้มคณะทำงานก่อนการอภิปราย วางตัวขุนศึก 18 ชีวิตลุยซักฟอก
บทความถัดไปผบ.ทอ.เผย ทอ.ไร้ปัญหาบ้านหลวงถูกยึด ชี้ 7 วันก่อนเกษียณต้องย้ายออกตามกติกา