ญี่ปุ่นรับพลเมืองออกจากอู่ฮั่นอีก ท่ามกลาง “โควิด-19” ระบาด คงระดับเตือนภัยขั้นสูงสุด

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานสถานการณ์การระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ ภายใต้ชื่อ “โควิด-19” อย่างญี่ปุ่นที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยรายใหม่จากเรือสำราญไดมอนด์ พรินเซส ล่าสุดญี่ปุ่นได้นำเครื่องบินเข้าไปนำพลเมืองญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาดออกไปอีกรอบ ส่วนในญี่ปุ่น การแพร่กระจายของโรคกระตุ้นให้โรงพยาบาลหยุดรับผู้ป่วยรายใหม่และเพิ่มความเป็นไปได้ในการจำกัด ผู้เข้าร่วมในโตเกียวมาราธอนในเดือนหน้า

โดยสถานทีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า รัฐบาลได้สั่งนำเครื่องบินรับพลเมืองญี่ปุ่นอีก 65 คนออกจากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ทำให้มีพลเมืองญี่ปุ่นนำออกจากจีนไปแล้ว 763 คน

ด้านตัวเลขผู้ติดเชื้อของญี่ปุ่นตอนนี้มีมากกว่า 400 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารเรือสำราญที่จอดอยู่นอกท่าเรือโยโกฮาม่า

ขณะที่ โรงพยาบาลซากะมิฮาระ กล่าวว่า อาจประกาศระงับการรับผู้ป่วยใหม่เข้าโรงพยาบาล ในขณะที่พยาบาลที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ ผลออกมาเป็นบวก หลังจากมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่นำมารักษาตัวได้เสียชีวิตลง

สถานการณ์ระบาดที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นอาจไม่เพียงต่อการเติบโตในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังฟื้นฟูเศรษฐกิจ แม้แต่กิจกรรมขนาดใหญ่ก็ได้รับผลกระทบด้วย โดยนักวิเคราะห์มองว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างนั้นสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น และอาจผลักดันญี่ปุ่นให้เข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

เช่นเดียวกับงานกีฬาอย่างงานมาราธอนใหญ่ระดับโลกที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม ก็ตกอยู่ในความเสี่ยง โดยหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุง ได้รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ผู้จัดการแข่งขันโตเกียวมาราธอนกำลังพิจารณาจำกัดตัวเลขผู้ร่วมการแข่งขัน ท่ามกลางการเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อไวรัสลุกลาม

หรือแม้แต่ การแข่งขันบาสเก็ตบอลถ้วยเอเชีย คัฟ อาจเลื่อนการแข่งขันรอบคัดเลือกระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นกับจีน ซึ่งกำหนดการเดิมจะทำการแข่งขันในจังหวัดชิบะในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ บริษัทต่างๆยังเพิ่มมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดท่ามกลางตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน อย่างบริษัท นิปปอน เทเลกราฟและเทเลโฟน คอร์ป ได้เรียกร้องให้พนักงานราว 200,000 คน ทำงานที่บ้าน

บทความก่อนหน้านี้‘เอ๋-ปารีณา’ยันสบายใจมีทนายมือดีดูแลคดี มั่นใจ100% ว่าไม่ได้รุกที่สปก.
บทความถัดไปทบ. ยัน ‘พล.ท.พงศกร’ ไม่ได้มีบ้านพักในเขต ทบ.