คลังเผยช่องใช้งบกลาง 1 แสนล.กระตุ้นเศรษฐกิจ –จ่อกู้ลงทุนโครงการใหม่ 3.2 แสนล.

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัญหา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ล่าช้า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ดังนั้นเพื่อดูแลเศรษฐกิจในช่วงนี้หากรัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็สามารถใช้งบกลางของปีงบ 2563 จำนวน 1 แสนล้านบาท ซึ่งกันไว้เฉพาะเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นจากงบกลางประจำปีงบ 2563 กว่า 4-5 แสนล้านบาทได้

นายลวรณกล่าวว่า งบกลางจำนวน 1 แสนล้านบาทนั้น จะใช้ได้เฉพาะมาตรการที่ฉุกเฉินจำเป็นเท่านั้น อาทิ มาตรการเยียวยาและช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง รวมถึงถ้ามีมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ชิมช้อปใช้ ระยะที่ 4 มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศในอนาคต ก็สามารถใช้เงินจากงบกลางได้ เพราะถือว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน โดยงบกลางปีต้องเร่งใช้จ่ายภายในเดือนกันยายน 2563 ดังนั้นโดยเฉลี่ยสามารถใช้เงินเดือนละเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ในการดูแลเศรษฐกิจ ถ้าไม่ใช้จ่ายงบจะต้องถูกพับไป

นายลวรณ แสงสนิท

นายลวรณกล่าวว่า นอกจากนี้หากรัฐบาลต้องการจะเพิ่มการลงทุนในระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลสามารถนำโครงการที่ถูกตีตกไปในงบประมาณ 2563 ที่ดูแล้วมีความน่าสนใจ หรือโครงการลงทุนในปี 2564 ที่มีความพร้อมนำมาลงทุนในปี 2563 ได้ โดยจะให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาถึงความเหมาะสมในการก่อหนี้เพิ่มเติม เพื่อใช้ในโครงการลงทุนใหม่ของรัฐบาล ควบคู่กับการเบิกจ่ายเงินลงทุนของรัฐบาล 6.55 แสนล้านบาท สำหรับงบประมาณปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท คาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ในภายในเดือนมีนาคมนี้ หรืออย่างช้าที่สุดภายในเดือนเมษายน

“ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ฉบับใหม่ หน่วยงานราชการต่างๆ สามารถทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของการจัดหาพัสดุ/งานจ้าง (ทีโออาร์) หาผู้ชนะในการประมูลงานภาครัฐและลงนามเซ็นสัญญาไว้ก่อนได้ เพียงแต่มีข้อยกเว้นว่าหากงบประมาณปี 2563 ไม่มีการเบิกจ่าย การลงนามในสัญญาจะต้องยกเลิกไป ในขณะที่ถ้างบปี 2563 เบิกจ่ายได้ หน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินการตามโครงการได้ทันที” นายลวรณกล่าว

ด้านนางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า ในเรื่องการกู้เงินเพื่อมาลงทุนเพิ่มเติมจากงบประมาณ 2563 นั้น คงต้องพิจารณาถึงความพร้อมของโครงการ ขณะนี้ สบน.กำลังพิจารณาว่ามีโครงการใดบ้าง โดยใช้กฎหมายของ สบน.กู้เงินเพื่อมาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สามารถกู้ถึง 10% ของงบประมาณรายจ่าย หากอิงงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท จะสามารถกู้ได้สูงถึง 3.2 แสนล้านบาท แต่คิดว่าคงไม่มีโครงการที่ต้องใช้เงินถึงระดับดังกล่าว เพราะการกู้เงินรูปแบบดังกล่าวมีเงื่อนไขว่าต้องโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและต้องเป็นโครงการที่มีความพร้อมที่จะดำเนินการทันที

นางแพตริเซีย มงคลวนิช

“สบน.เตรียมแนวในการกู้เงินและแหล่งเงินไว้ รวมถึงกำลังพิจารณาว่ามีโครงการไหนที่จะสามารถกู้เงินดังกล่าวได้บ้าง หลังจากนั้นคงต้องให้รัฐบาลตัดสินใจว่าดำเนินการอย่างไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้งบประมาณในปี 2563 กำลังจะมีผลใช้บังคับแล้ว ดังนั้นโครงการบางส่วนที่มีความพร้อมสามารถใช้งบประมาณ 2563 ทันที” นางแพตริเซียกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ในรอบ 17 ปี ไฟไหม้ภูกระดึง กว่า 18 ชั่วโมง คาดเสียหายกว่าพันไร่
บทความถัดไปกรมวิทย์ฯ ผนึก อย.รับประเมินชุดตรวจเชื้อ “ไวรัสโคโรนา 19” เพิ่มความมั่นใจผลตรวจวิเคราะห์