‘เพื่อไทย’ งัดหลักฐานผิดสัญญาเช่าพื้นที่ ‘ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์’ จี้รัฐบาล

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม เพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคพท.แถลงข้อมูลก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยกล่าวหา พล.อ.ประยุทะ จันทร์โอชา นายกนัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม ร่วมถึงกล่าวหา เจ้าสัวดังเกี่ยวกับสัญญาเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า เจ้าสัวรายใหญ่มีแผนดำเนินธุรกิจ New CBD Bangkok แต่โครงการนี้จะสมบูรณ์แบบไม่ได้ ถ้าเจ้าสัวไม่ได้เช่าพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าสัวลงทุนไปกว่า 1.5 แสนล้านบาท เพื่อทำธุรกิจ MICE ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดประชุมบริษัทข้ามชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลโดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ การประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะใช้บริการ MICE จะมีหลักในการเที่ยวแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อเข้าร่วมประชุมบริษัทหรือประชุมนานาชาติ MICE จึงสามารถนำนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป 3 – 4 เท่า ดังนั้น กลุ่มเจ้าสัวจะต้องเอาพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ให้ได้ เพราะต่อไปจะกลายศูนย์การประชุมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ธุรกิจครบวงจร

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สร้างขึ้นด้วยเงินของรัฐบาล สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เพื่อจัดประชุมเวิลด์แบงก์ โดยบริษัท NCC Management and Development เข้ามาดูแลเรื่องการประชุม ซึ่งหลังจากจัดประชุมไปแล้วจะต้องหาบริษัทเข้ามา รัฐบาลก็หาคนมาดูแลพื้นที่ตรงนี้ต่อโดยให้ NCC เสนอแผนการลงทุน และประโยชน์ตอบแทนมา ซึ่งตามสัญญาบริษัท NCC จะต้องสร้างโรงแรมมาตรฐาน 4-5 ดาว จำนวน 400 ห้อง , ที่จอดรถ 3,000 คัน , พื้นที่เชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 28,000 ตารางเมตร แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฎว่า NCC ไม่ได้สร้างโรงแรม เท่ากับว่า NCC ผิดสัญญาตั้งแต่ตอนนั้น ดังนั้น ทุกอย่างต้องเป็นโมฆะตั้งแต่ตอนนั้น แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาต่อสัญญาให้เช่าเพิ่มอีก 50 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอภิมหาสัญญาเช่าที่นานที่สุดของประเทศ เพราะรัฐบาลยังไม่เคยทำสัญญาให้เอกชนรายใดในประเทศเช่าได้นานขนาดนี้

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า วิธีการเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ของเจ้าสัวสุดพิศดาร และพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ และไม่เปิดให้มีการประมูลแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ฟังใครทั้งนั้น จะให้เจ้าสัวท่าเดียว เท่ากับพล.อ.ประยุทธ์ เข้าไปพัวพันกับเจ้าสัวใช่หรือไม่ เพราะในสัญญาใหม่ก็เขียนอีกว่าจะสร้างโรงแรมอีก ตรงนี้จะไม่เรียกค่าโง่ได้อย่างไร เพราะในสัญญาเก่าก็ระบุว่าจะสร้างโรงแรมก็ยังไม่ได้สร้าง เรื่องนี้ไม่ต่างอะไรจากกรณีสัญญารถดับเพลิงที่สุดท้ายก็ต้องเลิกทำ อย่างไรก็ตาม หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะสามารถทำให้ยกเลิกอภิมหาสัญญาเช่า 50 ปีได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการธุรกิจอีกมากที่เกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งยังมีเจ้าสัวคนอื่นๆอีก ตนอยากให้ประชาชนได้ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ทนฟังเรื่องเลวร้ายของตัวเองไม่ได้ สัปดาห์หน้ายังมีเวลาที่จะไปพิจารณาลาออกก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่า พรรคพท.มีข้อมูล และพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบ และในวันพรุ่งนี้ (17 กุมภาพันธ์) เวลา 10.00น. ตนมีข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานยาสูบมาเปิดเผยอีก

บทความก่อนหน้านี้แกนนำ พปชร.นำทีมช่วยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร – วอนคู่แข่งหยุดดิสเครดิต
บทความถัดไปเศรษฐกิจ / หั่นดอกเบี้ยนโยบายต่ำติดดิน เทหมดหน้าตักดึงเชื่อมั่น ศก. ลุ้นปาฏิหาริย์ผู้นำเสกจีดีพีโต