‘พิพัฒน์’ จับตาฝุ่น PM2.5-โรคระบาดใหม่ เล็งปรับเป้าภาคท่องเที่ยว หากกระทบแรง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เบื้องต้นจากการหารือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมการท่องเที่ยว และภาคเอกชน โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้ ททท. เป็นผู้ประสานกับบริษัททัวร์ เพื่อขอความร่วมมือให้รถทัวร์ที่ปล่อยควันพิษจากท่อไอเสียงดวิ่งเป็นการชั่วคราว และในระหว่างจอดเพื่อรอลูกทัวร์ก็ขอให้ดับเครื่องยนต์ก่อน เพื่อลดมลพิษที่จะเกิดขึ้นและส่งผลกระทบเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีรถทัวร์กว่า 1 แสนคัน แบ่งเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีอยู่กว่า 10,000 คัน หากสามารถทำได้ตามที่บอกไว้ คาดว่าจะช่วยลดฝุ่นได้ อย่างไรก็ตาม บริษัททัวร์จะต้องแจ้งให้ลูกทัวร์ได้รับทราบ ซึ่งจะดำเนินการเฉพาะในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เนื่องจากสภาพอากาศช่วง 1-2 เดือนนี้ท้องฟ้าปิดไม่มีลมและขอให้บริษัททัวร์พานักท่องเที่ยวไปเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัดแทนพื้นที่ในกรุงเทพฯ รวมถึงได้ให้เจ้าหน้าที่ในภาคการท่องเที่ยวสามารถทำงานที่บ้านได้ โดยไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่รู้กันภายในยกเว้นว่า สถานการณ์จะเกิดความรุนแรงสูงขึ้น พร้อมทั้งเตรียมหารือกับพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้ได้ สำหรับเป้าหมายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าจะโตที่40.5-41 ล้านคน หากมีฟรีวีซ่าคาดว่าจะทำให้ต่างชาติโตกว่า 41.8 ล้านคน รายได้ภาพรวม 2 ตลาด 3.4 ล้านล้านบาทแบ่งเป็นต่างประเทศ 2.1 ล้านล้านบาท ตลาดไทยเที่ยวไทย 1.2-1.3 ล้านล้านบาท จำนวนคน 172 ล้านคนครั้ง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนโรคปอดอักเสบ จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน (เมืองอู่ฮั่น) ขณะนี้ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นยืนยันว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะสนามบินมีการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนตรงจุดตรวจคนเข้าเมืองผู้โดยสารขาเข้าเพิ่มขึ้นแล้ว ส่วนในไทยที่ติดเชื้อโรคดังกล่าว 4 คนเป็นคนจีน 3 คนและคนไทย 1 คนนั้น กระทรวงสาธารณสุขสามารถควบคุมไว้ได้ และเชื่อว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายมากกว่านี้ สะท้อนได้จากการระบาดของโรคในอดีต อาทิ โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก ที่ก่อนหน้านี้ระบาดหนัก แต่ระบบสาธารณสุขของไทยก็แก้ปัญหาได้และติดอันดับ 1 ของโลก ในด้านประเทศความมั่นคงด้านสาธารณสุขจาก 200 ประเทศทั่วโลก ส่วนผลกระทบในที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวจีน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากยังไม่มีการแจ้งยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งจากการตรวจสอบมีเพียงการห้ามข้าราชการในเมืองอู่ฮั่นออกนอกพื้นที่เท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในจีนยังเป็นปกติ

หน่วยงานราชการหากไม่จำเป็นให้สิทธิ์ทำงานที่บ้านได้ โดยให้ประสานกับหัวหน้า เพื่อดำเนินงานในแต่ละวัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหัวหน้างานตามความเหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ให้ผ่อนคลายลง โดยมาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่กระทรวงท่องเที่ยวเสนอเป็นมาตรการเสริม ซึ่งจะให้ดำเนินการเป็นเวลา 1-2 เดือนในช่วงที่เกิดวิกฤติฝุ่นนี้ขึ้น สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าอาจจะกระทบนักท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องหารือกับนายกรัฐมนตรีเป็นการภายในอีกครั้ง เพื่อหามาตรการเสริมจากกระทรวงอื่นๆ ร่วมกันต่อไป โดยจากนี้ขอเวลาอีก 3 เดือนเพื่อดูผลกระทบของฝุ่น PM2.5 และการระบาดของโรคดังกล่าวว่า จะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยมากน้อยเท่าใด ก่อนที่จะทบทวนปรับเป้าจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยวใหม่ ส่วนการจัดงานวิ่งมาราธอนบางกอก 2563 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ได้ให้ททท.ประสานกับกทม.ก่อนที่จัดงาน 3 วัน ในการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้หยุดการก่อสร้าง และล้างถนน เพื่อลดผลกระทบจากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ซี่งคาดว่ามีผู้ร่วมงานเต็มตามกำหนดที่ 28,000 คน แบ่งเป็นต่างชาติเข้าร่วมจาก 20 ประเทศ  ซึ่งหากสภาพอากาศไม่ดีขึ้น ปัญหาฝุ่นละอองมากเกินมาตรฐาน ก็อาจจะต้องยกเลิกงานวิ่งออกไปก่อน แต่จะมีการจัดอีกครั้งช่วงใด ต้องหารือร่วมกันอีกครั้งนายพิพัฒน์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ปชป.เลือดไหลไม่หยุด! 8 อดีตผู้สมัคร ส.ส.ลาออกพ้นพรรค 3 คนตบเท้าซบ ‘กรณ์’
บทความถัดไป“ทวิรัฐ”ลั่นไม่กังวลโผล่ในคลิปฝากกดบัตร เชื่อไม่กระทบพปชร-ผู้ใหญ่เข้าใจ