“สุดารัตน์” นำทีมเพื่อไทยลุยอโศก แจกหน้ากากกันฝุ่น ฉะรัฐบาลอย่าทำทองไม่รู้ร้อน

วันที่ 23 มกราคม 2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส, นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์  รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินเท้าแจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ย่านอโศก บริเวณถนนอโศกมนตรี

โดยเริ่มจากสถานีบริการน้ำมันเชลล์ ผ่านตึก GMM, อาคารบีบีโฮลดิ้ง และข้ามฟากถนนไปที่แกรนด์คลิว มิดทาวน์ อโศก ซึ่งมีประชาชนพลุกพล่าน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย และต่างปลื้มที่ได้รับเเจกหน้ากากกันฝุ่นที่มีคุณภาพ โดยประชาชนที่รับหน้ากากอนามัยส่วนหนึ่งแกะซองสวมใส่ทันที พร้อมกับขอถ่ายภาพคู่กับคุณหญิงสุดารัตน์จำนวนมาก

จากนั้น เลี้ยวเข้าซอยตลาดรวมทรัพย์ และแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่พ่อค้าแม่ค้าและผู้มาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาด ซึ่งนอกจากจะได้รับการขอบคุณแล้วยังได้รับคำชื่นชมถึงการทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์และพรรคเพื่อไทยด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าจากการใช้ชีวิตประจำวันเข้าใจสภาพและผลกระทบจากฝุ่นพิษ PM 2.5 ทั้งต่อตัวเองและคนในครอบครัว ซึ่งบุตรสาวก็เรียนหนังสือในเมือง แม้มีรถยนต์ส่วนตัวแต่ก็ใช้รถบริการสาธารณะเหมือนกัน ทำให้เห็นว่า “เหมือนประชาชนไม่มีทางเลือก คนที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพฯไม่มีสิทธิ์เลือกอากาศบริสุทธิ์ที่จะใช้หายใจ”

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลประกาศให้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในการแก้ปัญหา ขณะที่ประเทศจีนก่อนหน้านี้มีปัญหาฝุ่นมากกว่าประเทศไทย แต่ได้เริ่มมีมาตรการที่ชัดเจนตั้งแต่ปี 2561 กระทั่งวันนี้ค่าอากาศดีกว่าในเมืองหลวงของไทย ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าใจว่าประชาชนไม่ได้หวังให้ฝุ่นพิษหมดไปภายในวันสองวันนี้ แต่อยากรู้ว่าฝุ่นพิษจะหมดเมื่อไหร่และภาครัฐจะทำอะไรบ้างเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่ “ปัจจุบันรัฐบาลทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน นอกจากไม่ช่วยแก้ไขปัญหาแล้ว ยังกล่าวโทษประชาชนเป็นต้นตอปัญหาอีกด้วย”

พร้อมกันนี้ มีข้อเรียกร้องและข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ

1.)​ รัฐบาลต้องเร่งจัดหาหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพให้ประชาชนเข้าถึงได้ในราคาถูก ซึ่งไม่จำเป็นต้องแจกฟรีให้กับทุกคนแต่ต้องจัดหา หรือต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้ว่าต้องไปหาซื้อที่ไหน โดยอาจใช้มาตรการลดภาษีให้ผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้หน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพและราคาถูก

2.) รัฐบาลต้องไม่ปกปิดข้อมูลของสถานการณ์ PM 2.5 และต้องให้ความรู้แก่ประชาชนถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ให้ประชาชนตระหนักรู้รวมถึงวิธีป้องกันเพื่อชีวิตที่ปลอดภัยในเบื้องต้น ซึ่งการที่รัฐบาลเมินเฉย สร้างความรู้สึกเหมือนว่าไม่แคร์หรือไม่สนใจประชาชนเลย

สำหรับบทบาทในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยนั้น ส.ส.ในสังกัดพรรคก็จะผลักดันให้รัฐบาลออกมาตรการระยะสั้นตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และมาตรการระยะยาวที่ให้ผลเป็นรูปประธรรม เนื่องจากการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ แต่ไม่ได้เตรียมการ เมื่อมีปัญหาแล้วค่อยมาแก้ไข ก็จะไม่ทันการณ์อย่างในปัจจุบัน โดยเทียบเคียงกับปัญหาภัยแล้งที่ภาครัฐ เพิ่งจะมาขุดบ่อเมื่อมีภาวะน้ำแล้งแล้ว ย่อมไม่เกิดผลหรือไม่สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้

คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหา PM 2.5 นอกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยว่า จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหาและพยายามหาผู้สนับสนุนหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพมาแจกจ่ายหรือให้วางจำหน่าย รวมถึงประสานกับผู้ประกอบการที่หากยินดีจัดหาและลดราคาในการจำหน่ายให้กับประชาชน ทางพรรคพร้อมจะประชาสัมพันธ์ให้ เพื่อให้ประชาชนรับรู้และเข้าถึงได้

บทความก่อนหน้านี้วิษณุชี้ ส.ส.เสียบบัตรแทนผิดจริง แต่ให้รอศาลรธน.วินิจฉัยใช้ม.143กับพ.ร.บ.งบครั้งนี้ได้หรือไม่
บทความถัดไปส่งออกแผ่ว “เอกชน” ขอสิทธิประโยชน์ 11 เดือน 2562 หด 4.14% เตรียมแผนรับมือสหรัฐตัดจีเอสพี