“หมอชลน่าน” แย้มซักฟอกฝ่ายค้านลับมีดรอเชือดรายคน แนะ “ประยุทธ์” ลาออกหลังจบอภิปราย

วันที่ 23 มกราคม 2563 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นต่อรัฐสภาเพื่อขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการเตรียมการไว้พร้อมคาดว่าจะมีการยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ไม่เกินวันที่ 29 มกราคม 2563 ทั้งนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดว่าทางสภาจะบรรจุญัตติและเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์

ในส่วนของเนื้อหาและข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ประเด็นที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเปิดแผลสำคัญของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล เชื่อว่าเมื่อประชาชนได้ฟังการอภิปรายแล้วจะทราบถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพ สิ่งที่รัฐบาลได้กระทำมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ไม่มีการตรวจสอบ ตั้งแต่รัฐบาลประยุทธ์ 1 จนมาถึงรัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่ทำงานต่อเนื่องกันมา เชื่อว่าหลังจากประชาชนได้ฟังได้ยินแล้วจะเห็นภาพความล้มของเหลวรัฐบาลแน่นอน เพราะสิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ทำมาจนถึงวันนี้ส่งผลเสียหายต่อชาติอย่างไร

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า จากกรณีที่รองนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่าการกล่าวหาของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นการก่อหาลอยๆไร้หลักฐาน นั้น ขอให้รอฟังในสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านจะฉายภาพให้เห็นถึงความเลวร้ายของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา ว่า ไม่ใช่การพูดลอยๆ การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการกล่าวหารัฐบาลต้องมาแก้ข้อกล่าวหา แต่หลักฐานที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีคือความเสียหายจากการบริหารงานคิดเป็นมูลค่านับแสนล้านบาท แล้วจะสูญเสียมากขึ้นหาปล่อยให้บริหารงานต่อไป

“การอภิปรายจะชี้ให้เห็นชัดเจนถึงความล้มเหลวและการแสวงหาประโยชน์จากเงินงบประมาณ ส่วนจะเป็นจากโครงการอะไร ที่ไหน ขอให้รอฟังการอภิปราย ทั้งนี้ถ้าแผลของรัฐบาลมันเน่า จนเป็นเนื้อร้ายหากรัฐบาลไม่ทำอะไร ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ผิด ไม่ออก ไม่ปรับคณะรัฐมนตรี ก็เชื่อว่าประชาชนคงไม่ยอมแน่ ดังนั้นถ้าพลเอกประยุทธ์ เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนควรลาออก แล้วจะกลับมาใหม่ไม่ว่ากันแต่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น” นายชลน่าน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘เลขาฯสภา’ เสียดาย โดนตัดงบซื้อเครื่องสแกนนิ้ว ทำปัญหาเสียบบัตรแทนกันเรื้อรัง
บทความถัดไป“ภูมิธรรม” วอนหยุดสร้างสองมาตรฐาน ปมส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทน ทำนิติธรรมเสียหายร้ายแรง