จตุพร เชื่อ บิ๊กตู่ วิตกพ.ร.บ.งบส่อโมฆะ อนุทิน เจอทุกขลาภ ลูกพรรคเสียบบัตรแทน-รุกป่า

จตุพร-เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการหยิบข่าวมาคุย ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีซทีวีประจำวันที่ 22 มกราคม 2563 เกี่ยวกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำพิพากษายกคำร้องพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีถูกกล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ว่า เมื่อวานนี้ดูเสมือนหนึ่งว่าทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี แต่หากเข้าไปดูในคำวินิจฉัยในเเต่ละเรื่องก็ดูเหมือนกับวินวิน ระหว่างผู้ร้องและผู้ถูกร้อง เพราะยังทิ้งติงเอาไว้ให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปดูในเรื่องข้อบังคับพรรครวมถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีทางอาญา ดังนั้น จากประสบการณ์ของพวกเราที่อยู่ในกระบวนการนี้มายาวนานเวลาที่ศาลยกฟ้องในแต่ละคดีหากมีจำเลยร่วมกันหลายคน ตนก็จะบอกกับพวกพ้องว่าห้ามใครแสดงความยินดีโดยเด็ดขาด อย่าเเสดงความลิงโลด เพราะข้างหน้ายังมีคดีความอยู่ บางคดีเราชนะหลังจากนั้นเราก็ไปเจอกับความพ้ายแพ้ บางคดีทางอาญา ชนะในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์แต่กลับไปติดคุกในศาลฎีกา

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เรื่องของพรรคอนค. ที่เข้าสู่ขั้นตอนของ ศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด 3 เรื่องคือ กรณีการถือหุ้นวี-ลัคมีเดียของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจหัวหน้าพรรคอนค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งส.ส. และหลังจากนั้น กกต.ดำเนินคดีทางอาญา รวมถึงการเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองที่ศาลอาญาแผนกคดีเลือกตั้ง ส่วนคดีที่ 2 คือ คดีเมื่อวานนี้ที่นาย ณฐพรโตประยูร ได้ยื่นฟ้องในข้อหาล้มล้างการปกครอง และคดีสุดท้ายคือเรื่องเงินกู้ 191 ล้าน ดังนั้นการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องไปเมื่อวานนี้ สามารถลดแรงบรรยากาศของความขัดแย้งของเรื่องที่ไม่ควรจะเป็นเรื่อง แต่เรื่องข้างหน้าไม่ได้หมายความว่าจะโชคดีเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของพรรคอนค.ก็ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายเพียงแต่ขบวนการเรื่องเงินกู้ 191 ล้านจะใช้เวลามากน้อยเพียงใด แต่ถือว่าวันนี้ยังมีโอกาสอีกระยะเวลาหนึ่งที่สามารถมีอิสรภาพทางการเมืองไม่ถูกยุบพรรค ทั้งนี้ส่วนตัวเคยพูดมาตั้งแต่ต้นว่า พรรคการเมืองไม่ควรถูกยุบพรรค และตนเคยอยู่ในพรรคการเมืองที่ถูกยุบมาแล้ว 2 พรรคการเมือง ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าประชาชน ที่เป็นสมาชิกพรรคนั้นไม่รู้อิโหน่อิเหน่แต่มีความศรัทธาในพรรคการเมืองนั้นๆ กลับต้องสิ้นสภาพความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นไปด้วย ดังนั้นจุดยืนเดิมของตนคือไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคการเมือง แต่ชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่เปรียบเสมือนไพ่ที่อยู่ในสำรับ บางตาก็ดี บางตาก็ดูเหมือนว่าจะดี แต่ไม่ได้หมายความว่าไพ่ใบต่อไปจะดี เนื่องจากส่วนตัวมองว่าการบริหารความรู้สึกซึ่งเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะการยกคำร่องเมื่อวานนี้เท่ากับเป็นการอธิบายคดีแรกว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังคงมีความยุติธรรม และหากจะลงดาบในเรื่องที่ 3 ก็ไม่สามารถไปกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญได้เหล่านี้คือบริบทของโลกแห่งความเป็นจริง ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่ พรรคอนค.ก็ต้องคิดหาแนวทางรับมือ และอย่ามีความเชื่อว่ารอดเมื่อวานนี้แล้ววันพรุ่งนี้จะรอด เพราะจากประสบการณ์ของตนที่พบเจอมาก็จะเป็นเช่นนั้น อีกทั้งประเด็นเรื่องเงินกู้ ก็มีเรื่องลับลวงพรางมากมายในกระดานการเมืองนี้ บางทีที่เห็นว่า เป็นการหวังดีแต่พ่วงมาด้วยความประสงค์ร้าย ดังนั้นการต่อสู้เรื่องคดีเงินกู้นั้นต้องให้ความสำคัญอย่าคิดว่าเมื่อวานนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นเพียงแค่ก้าวย่างหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายด่าน และหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามตนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญคิดถูกที่ยกคำร้องข้อกล่าวหาเรื่องล้มล้างการปกครองเพระหาก ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ก็จะกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งและลุกลามอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาแฉว่า นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้คนอื่นเสียบบัตรแทนระหว่างการลงมติพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้เป็นทุกขลาภของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียบบัตรแทน แต่ตนไม่ทราบว่านายอนุทินประสบอยู่กับเรื่องอะไรบ้าง เพราะลูกพรรคก็เจอกับเรื่องรุกพื้นที่ป่า มาพร้อมกับเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีกรณีเรื่องพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในสมัยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเกิดกรณีการเสียบบัตรแทนกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับดังกล่าว เป็นโมฆะด้วยเหตุผลว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเรื่องนี้ส่วนตัวมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคงคิดมาก และเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เพราะเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปแล้วมีผลผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นเชื่อว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 เป็นโมฆะตามพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในสมัยรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเป็นพ.ร.บ.สถานะเท่ากันทุกอย่าง ดังนั้นวันนี้ที่ต้องทำคือการสร้างบรรทัดฐาน ให้กับประเทศไทย และขอเตือนว่าอย่าใช้อภินิหารทางกฎหมายใดๆมาใช้เพราะเชื่อว่าสังคมรับไม่ได้และรัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการยื่นเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดังที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 6 ปี 24 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด คดีทุจริตค่าโฆษณาส่วนเกิน อสมท 138 ล้านบาท ว่า ในฐานะเพื่อนร่วมคุกที่เคยติดคุกมาด้วยกัน นอนห้องเดียวกันได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากมาย ดังนั้นการใช้ชีวิตในเรือนจำ ของนายสรยุทธก็มีการเตรียมความพร้อมพอสมควร รวมถึงต้องออกแบบชีวิตปรับตัวตามวิถีที่ว่า อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ดังนั้นหากมีเวลาตนก็จะเดินทางไปเยี่ยม

นายจตุพรยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของรัฐบาล ว่า เเม้จะเสนอมาตรการ 12 ข้อ พร้อมตั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เข้ามารับผิดชอบและจะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ก็ตาม แต่ที่สำคัญวันนี้คือ อะไรที่ทำได้ก่อนทั้งเรื่องของกลไกรัฐและการขอความร่วมมือจากประชาชน ดังนั้นกรณีที่ กรุงเทพมหานครประกาศให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนในวันนี้นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการควรจะมีมาตรการรับมือกับการหยุดเรียนเป็ระยะๆ เนื่องจากปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถแก้ไขได้ ต้องรอธรรมชาติให้ฝนตกลงมาจัดการอย่างเดียว แล้วจะมีรัฐบาลไปทำไม

 

บทความก่อนหน้านี้‘สุชาติ’ โทษเครื่องลงคะแนนไม่พอ ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน
บทความถัดไป‘กนกวรรณ’ พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ ปมรุกเขาใหญ่