“สุริยะ”สั่งแก้ฝุ่นพิษด่วน ให้7หมื่นรง.ลดกำลังผลิต คุมระบายมลพิษ ระดมมาตรการดูแลปชช.

“สุริยะ”สั่งแก้ฝุ่นพิษด่วน ให้รง.ลดกำลังการผลิต คุมระบายมลพิษ ระดมมาตรการดูแลปชช.

น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม2.5) ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งหามาตรการในการควบคุม และป้องกันการเกิดปัญหาพีเอ็ม2.5 เบื้องต้นมาตรการกำกับดูแลสถานประกอบการอุตสาหกรรม ประกอบด้วย 1.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันทั่วประเทศมีประมาณ 6-7 หมื่นโรงงาน พิจารณาลดกำลังการผลิตตามความเหมาะสม ควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการประกอบกิจการ และขอความร่วมมือโรงงานที่ติดตั้งเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษ ที่อยู่นอกพื้นที่บังคับใช้ตามกฎหมายให้เชื่อมต่อข้อมูลรายงานคุณภาพอากาศมายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม

2.ตรวจสอบและเฝ้าระวังโรงงานเพื่อป้องกันการเกิดฝุ่นและมลพิษทางอากาศ โดยแผนการตรวจโรงงานประจำปี 2563 เน้นโรงงานที่เคยมีปัญหาข้อร้องเรียนด้านฝุ่นละอองในปีที่ผ่านมา 3.กำกับดูแลให้โรงงานตรวจสอบระบบบำบัดอากาศให้มีประสิทธิภาพ 4.ส่งเสริมให้โรงงานใช้เทคโนโลยีสะอาดให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการเพื่อการลดมลพิษที่ต้นทาง และ5.ประสานขอความร่วมมือกับกองทัพอากาศใช้เครื่องมือตรวจวัดร่วมกับโดรน

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ด้านมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ได้ออกประกาศคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่หักจากค่าอ้อยไฟไหม้ อ้อยยอดยาว และอ้อยที่มีกาบใบ พ.ศ. 2561 กำหนดให้หักเงินชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้ในอัตราตันละ 30 บาท จ่ายคืนให้กับชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเต็มจำนวนโดยคิดแยกเป็นรายโรง และมาตรการปรับเงินสำหรับโรงงานน้ำตาลที่มีอ้อยไฟไหม้เข้าหีบเกินจำนวนที่กำหนด ในอัตราตันละ 12 บาท โดยให้นำเงินส่วนนี้เป็นรายได้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายเพื่อนำไปใช้ในโครงการลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ต่อไป

นอกจากนี้ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ สมาคมชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล และเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ รณรงค์ไม่ให้เก็บเกี่ยวอ้อยด้วยวิธีการเผาไร่อ้อยก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาล ซึ่งจากรายงานการสำรวจปริมาณอ้อยไฟไหม้ ฤดูการผลิตปี 2562/63 เมื่อเปรียบเทียบกับฤดูการผลิตปี 2561/62 ณ วันหีบที่ 50 ของฤดูการผลิต พบว่ามีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงถึง 7.43 % โดยอ้อยไฟไหม้ในฤดูการผลิตปี 2562/63 มีปริมาณ 20,927,473 ตัน จากปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด 42,621,206 ตัน คิดเป็น 49.10% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด

น.ส.สุชาดา กล่าวว่า สำหรับมาตรการเกี่ยวกับผู้ประกอบการด้านเหมืองแร่ ขอความร่วมมือสถานประกอบการ ให้ควบคุมการระเบิดให้เป็นไปตามหลักวิชาการเพื่อควบคุมฝุ่นจากการระเบิด ตรวจสอบระบบกำจัดฝุ่นของสถานประกอบการให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาประกอบการ ฉีดพรมน้ำและปรับปรุงเส้นทางขนส่งในเขตเหมืองแร่เป็นประจำเพื่อลดการสะสมฝุ่น ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่สถานประกอบการ ลานเก็บกองแร่และมูลดินทราย เพื่อลดการสะสมของฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบระบบล้างล้อรถบรรทุกให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้มีการล้างล้อรถบรรทุก ก่อนออกจากสถานประกอบการทุกครั้ง และจัดทำแนวกันชนปลูกต้นไม้โดยรอบสถานประกอบการเพื่อป้องกันฝุ่นจากสถานประกอบการออกไปสู่ภายนอก

“กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น และได้เร่งกำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมให้แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการต่างๆ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรการอย่างเคร่งครัด และการจัดการปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากพบว่ามีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ กระทรวงฯจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม”น.ส.สุชาดากล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘เทวัญ’ เผย วิปรัฐบาลเตือนหลายครั้ง ห้ามเสียบบัตรแทนกัน จี้ ทุกพรรคกำชับ ส.ส.ตัวเอง
บทความถัดไปยูเอ็นเอชซีอาร์เตือน มนุษยชาติเสี่ยงอพยพครั้งใหญ่ จากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ