มติฝ่ายค้านดันเรื่องฝุ่นพิษขึ้นถกวาระเร่งด่วน จี้สอบกดบัตรแทนกัน ทำ กม.หลายฉบับโมฆะ

‘ฝ่ายค้าน’ มีมติดันเรื่องแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ขึ้นพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน ตามด้วย พ.ร.บ.ภาษีที่ดิน-เร่งศึกษาปมกดบัตรแทนกัน ชี้ อาจทำให้ กม.สำคัญหลายฉบับเป็นโมฆะได้ พร้อมแย้ม 5 รายชื่อ รมต.ที่จะถูกซักฟอกเพิ่ม

เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่าที่ประชุมมีมติคือ 1.ญัตติในการตรวจสอบผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พรรคร่วมฝ่ายค้านจะเสนอเรื่องนี้เป็นญัตติด่วน เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างเร่งด่วนเป็นวาระแรก พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาอย่างเร่งด่วน 2.รายงานผลการศึกษาผลกระทบจากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากที่ฝ่ายค้านได้ไปศึกษาอย่างกว้างขวางรอบด้านแล้ว เพราะเรื่องนี้เหมือนเป็นการเจาะจง และเลือกปฏิบัติต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และซ้ำเติมเศรษฐกิจกับประชาชน และ 3.พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีมติให้ติดตามเรื่องการกดบัตรแทนกัน เพราะเรื่องนี้จะกระทบต่อมาตรฐานจริยธรรมของ ส.ส. และยังจะมีผลทำให้กฎหมายหลายฉบับมีอันจะต้องถูกตีความว่าโมฆะหรือไม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.งบประมาณปี’63 นอกจากนี้ หากสถานภาพของ 4 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ถูกขับสิ้นสุดแล้ว แต่มีการไปกดบัตรก็จะกลายเป็นเหตุให้ถูกตีความอีก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านได้มีมติให้ตั้งคณะทำงานติดตามการทำหน้าที่ของประธานสภาด้วย เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องตีความ และหาข้อสรุป เพราะในมุมมองของนักกฎหมาย เมื่อเทียบเคียงกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นโมฆะเนื่องจากมีการเสียบบัตรแทนกรณีนี้ก็ไม่น่าต่างกัน ซึ่งทางออกนั้นอาจจะให้พิจารณาวาระ 3 ใหม่ หรือลงมติใหม่ ซึ่งอยู่ที่ประธานสภา เป็นต้น โดยรัฐบาลควรทำเรื่องนี้ให้สิ้นสุดก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

นายสุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคยังเป็นเอกภาพ ไม่มีใครหวั่นไหวกับข่าวคราวที่ออกมา ไม่ว่าจะเรื่องฮั้ว หรือเรื่องซูเอี๋ยกัน ส่วนตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายวันนี้เพิ่มจาก 5 คน มาเป็น 7 คน แต่ยังไม่ได้สรุป ดังนั้น ไปถึงวันที่ 29 มกราคม อาจจะเพิ่มขึ้นมาอีก โดยรายชื่อที่เพิ่มขึ้นมาจาก 5 คนที่เคยวางไว้ ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ พรรคร่วมพรรคอื่นเสนอรายชื่อมาไม่ต่างกัน

บทความก่อนหน้านี้“วีรศักดิ์”เผยต่างชาติเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ปี’62หอบเงินลงทุนกว่า5แสนล้าน
บทความถัดไป“อนุทิน” ย้ำ สธ.วางมาตรการขั้นสูงสุดคุม “ไวรัสอู่ฮั่น” ตามมาตรฐานอนามัยโลก