‘สมคิด’สั่งคลัง-แบงก์เร่งปล่อยสินเชื่อช่วยเอสเอ็มอี อัดมาตรการเพิ่มเติมถ้าจำเป็น

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ว่า ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบายที่เคยมอบหมายไว้เมื่อปลายปี 2562  โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งได้เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว หากมีมาตรการใดที่จำเป็นต้องเพิ่มเติมก็มอบให้กระทรวงการคลังไปพิจารณา

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ธปท.รายงานต่อที่ประชุมเกี่ยวกับการผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในเรื่องการกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน(LTV)ในสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทั้งในส่วนสัญญาที่ 1 และ สัญญาที่ 2 และ ยังลดวงเงินในการสำรองสำหรับธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น โดยธปท.รายงานว่า จะจัดให้มีแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งได้กำชับให้ธปท.แถลงให้ชัดเจน

นายอุตตมกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังหารือกับประธานสมาคมธนาคารไทยเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม(บสย.)จาก 30% เป็น 40% ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ซึ่งกำชับให้สถาบันการเงินทั้งแบงก์รัฐและแบงก์พาณิชย์เร่งปล่อยสินเชื่อให้ได้ตามเป้าหมายจำนวน 6 หมื่นล้านบาท  เพื่อให้เม็ดเงินลงไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นายอุตตมกล่าวต่อว่า ผู้บริหารคปภ.รายงานต่อที่ประชุมด้วยว่า สัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการคปภ.โดยจะหารือถึงการขยายการลงทุนให้กว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศของผู้ประกอบธุรกิจประกัน ทั้งนี้ ธุรกิจประกันมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่มากถึง 4 ล้านล้านบาท ดังนั้นการขยายการลงทุนจึงจะเป็นประโยชน์ โดยกรณีการลงทุนในประเทศนั้น จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น ก็จะช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาทที่แข็งค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย

บทความก่อนหน้านี้“จิรายุ” ซัดรัฐบาลละเลยสุขภาพประชาชน ไม่เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 จ่อยื่นญัตติถกสภาพรุ่งนี้
บทความถัดไปเคาะแล้ว! ฝ่ายค้านได้ฤกษ์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 29 ม.ค.