‘วีระ สมความคิด’บุกถามตำรวจป่าไม้ เหตุตั้งคณะทำงานคดี’ปารีณา’รุกป่าอืด

เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.)
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เข้าพบ พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แจ้งความเอาผิดต่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ รุกล้ำพื้นที่ป่าไม้-ป่าสงวน กว่า 46 ไร่ ใกล้แม่น้ำภาชี และครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.โดยมิชอบ กว่า 683 ไร่ จากการปลูกสร้างโรงเรือนทำฟาร์มไก่เขาสนฟาร์ม ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 1,700 ไร่ ภายหลังมีคำสั่งให้ บก.ปทส.เป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้

นายวีระ กล่าวว่า ได้นัดสอบถามความคืบหน้าของคดีกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ หลังจากเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่แล้ว ทราบว่า บก.ปทส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในคดี น.ส.ปารีณา บุกรุกป่าแต่เพียงผู้เดียว ส่วนกรณีนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณา ที่บุกรุกป่าของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตนก็ได้แจ้งความกับ สภ.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุก็รับไปดำเนินการ โดยมี ปทส.คอยให้ความช่วยเหลือ แต่ระหว่างสำนวนถูกส่งมาส่วนกลางทำให้คดีหยุดชะงัก ซึ่งตนไม่สบายใจ จึงต้องการสอบถาม และดูรายชื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีของ น.ส.ปารีณา ว่ามีใครบ้าง ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งตั้งให้ ปทส.รับผิดชอบดูแลคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมาจนตอนนี้ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วเพิ่งจะตั้งคณะทำงานเสร็จ หากเทียบกับคดีชาวบ้านรุกป่าสงวนก็นับว่าล่าช้า เพราะตนร้องเรียนมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ซึ่งข้อกฎหมายก็ระบุความผิดไว้ชัดเจน และน.ส.ปารีณา ก็เคยยืนยันมาตลอดว่าที่ดินดังกล่าวนั้นเป็นของตัวเอง และถือครองก่อนจะเป็นที่ดิน ส.ป.ก.

นายวีระ กล่าวต่อว่า น.ส.ปารีณา ยังอ้างว่าได้เสียภาษีบำรุงท้องที่(ภ.ท.บ.5) ทั้งที่ความจริงนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะที่ดินผืนนั้นเป็นป่าสงวน ซึ่งกฎหมายระบุว่า ประชาชนจะสามารถเข้าไปใช้ที่ดินประเภทนี้ได้ก็ต่อเมื่อที่ดินผืนนั้นเป็นป่าหมดสภาพ ที่เปิดให้เข้าไปใช้ทำมาหากินและเสียภาษีดังกล่าว ต่อจากนี้หากคดียืดยาวกว่านี้จะเสียรูปคดี เพราะยังมีความผิดฐานอื่นนอกจากคดีอาญาด้วย โดยตนต้องไปสอบถามรายละเอียดของคดีจากกองกำกับการ 5 บก.ปทส.เพิ่มเติมอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.วิวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจป่าไม้เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอทำคดี น.ส.ปารีณา ตั้งแต่แรก โดยได้ตั้งคณะทำงานรวม 10 นาย ซึ่งการทำงานจะช้าเร็วขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่เชื่อว่าไม่นาน ซึ่งสำนวนคดีของ น.ส.ปารีณา ที่รับมาจาก สภ.จอมบึง นั้น ก็อยู่ระหว่างดำเนินการอย่างเร็วที่สุด ซึ่งคดีนี้หากเทียบกับของชาวบ้านก็นับว่ามีความซับซ้อน หากคดีใดต้องการพยานหลักฐานให้รัดกุมมากก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

บทความก่อนหน้านี้ตลกต่างแดน | เมื่อร้านนึงในญี่ปุ่นให้ พนง. ติดป้าย “ฉันมีประจำเดือน”?
บทความถัดไป‘เทพไท’ โพสต์เชียร์ ‘กรณ์’ ร่วมเสนอตั้งชื่อ ‘พรรคไทยเข้มแข็ง’ เหมาะสม