ผบ.ตร. ขอสภาฯ ส่งตัวผู้ต้องหา “พิธา-ช่อ-ปิยบุตร” ดำเนินคดีชุมนุมสกายวอล์ก

‘บิ๊กแป๊ะ’ ขอสภาฯ ส่งตัวผู้ต้องหา “พิธา-ช่อ-ปิยบุตร” ดำเนินคดีชุมนุมสกายวอล์ก
เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภาฯ ในวันที่ 15 ม.ค.และ วันที่ 16 ม.ค. โดยมีเรื่องด่วนจำนวน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) 2. ร่างพระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. …. (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และ 3.ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปทำการสอบสวนในคดีอาญา ในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560

สำหรับเรื่องด่วนที่ 3 นั้นมีรายละเอียดปรากฎในเอกสารด่วนที่สุดที่ ตช. 001.24/4 เรื่องการขออนุญาตเรียกตัวส.ส. ถึงประธานสภาฯ ซึ่งลงนามโดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ทั้งนี้ในหนังสือดังกล่าวระบุสาระสำคัญว่าด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการสืบสวนสอบสวนการชุมนุมในที่สาธารณะ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2562 เวลาประมาณ 17.00 น. บริเวณสกายวอล์ก หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นการจัดการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การชุมนุมสาธารณะพ.ศ.2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยจากการสืบสวนสอบสวนปรากฎพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่านายพิธา น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร ซึ่งเป็น ส.ส. มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกระทำการดังกล่าวด้วย จึงมีความจำเป็นต้องเรียกตัวในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เพื่อทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง

ด้วยเหตุที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขออนุญาตออกหมายเรียกส.ส.ทั้ง 3 รายไปทำการสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เพื่อดำเนินการสอบสวนตามบัญญัติรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้นสี่วรรคโดยแต่ละวรรคบัญญัติไว้ดังนี้ ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาฯ ที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิดในกรณีที่มีการจับ ส.ส. หรือ ส.ว.ในขณะกระทำความผิดให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภาฯ ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาฯได้

ถ้าส.ส.หรือส.ว.ถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่มีการฟ้อง ส.ส.หรือส.ว.ในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ รำลึก/ Toy Story
บทความถัดไป‘ชูวิทย์’ ชี้ อนค.ต้องรอสถานการณ์สุกงอม พร้อมแย้มกาข้างฝาไว้ไม่ใช่วันที่ 21นี้ เพราะมีช็อตเด็ดกว่า!