ภาคีรธน.ประชาธิปไตย จ่อตั้ง กก.ศึกษาผลกระทบ ม.44 มุ่งร่วมมือ กมธ.เพื่อเยียวยา-แก้ไข

วันที่ 12 ธันวาคม 2562 นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานคณะกรรมการบริหาร ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าของการเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคีโดยเฉพาะประเด็นบรรดาคำสั่งที่เกิดขึ้นจาก มาตรา 44 โดยระบุว่า ทางเครือข่ายต่างๆของภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยได้ประสานงานเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ซึ่งรวมไปถึงการศึกษาผลกระทบและหาแนวทางแก้ไขผลจากประกาศและคำสั่งคณะรัฐประหารคณะต่าง ๆ และศึกษาผลกระทบและความเหมาะสมของกฎหมายที่บัญญัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 จะประกอบไปด้วย นักวิชาการ ข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 44 นักธุรกิจและผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรา 44 นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล นักสิทธิมนุษยชน และผู้แทนองค์กรประชาธิปไตยต่างๆ โดยคณะกรรมการศึกษาผลกระทบมาตรา 44 (นอกสภา) ชุดนี้จะทำงานร่วมกับคณะกรรมธิการชุดต่างๆของรัฐสภาที่เกี่ยวข้องเพื่อเยียวยาแก้ไขผลกระทบทางด้านต่างๆ โดยแบ่งออกเป็นด้านต่างๆดังนี้

ด้านการถูกดำเนินคดีโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม คนกลุ่มนี้ต้องได้รับคืนความเป็นธรรมทั้งหมดและต้องได้รับการเยียวยาจากผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น

ด้านเศรษฐกิจ ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและฐานะทางการคลังของประเทศและแสวงหาแนวทางแก้ไข ด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ผลกระทบจากการประกาศคำสั่งต่างๆที่มีการยกเว้นการใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายผังเมือง กฎหมายการลงทุน ซึ่งอาจนำมาสู่ผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่บิดเบี้ยวและเสียสมดุล ส่งผลเสียหายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชน

ด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องมีการแก้ไขเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดอันเป็นผลจากการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมและขาดการตรวจสอบ

ด้านการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี การโยกย้าย ปลดออกจากตำแหน่งของข้าราชการในระดับต่างๆที่ไม่ได้รับเป็นธรรมต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขและเยียวยาข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อำนาจดังกล่าว เป็นต้น

ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ขอให้ คณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กำหนดกรอบเวลาในการศึกษาการแก้ไขให้ชัดเจน และ ขอให้รัฐบาลส่งผู้มีทัศนคติทางบวกต่อการปรับแก้รัฐธรรมนูญให้ดีขึ้นมาเป็นคณะกรรมาธิการเนื่องจากคณะรัฐมนตรีขอโค้วต้าถึง 6 ท่าน หาก 6 ท่านนี้มีทัศนคติและจุดยืนไม่ยอมรับความเห็นต่างและต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น คณะกรรมธิการชุดนี้จะทำงานไม่ได้ ทำลายภาพพจน์และบทบาทของรัฐสภาสมประโยชน์ฝ่ายปรปักษ์ประชาธิปไตย คณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นเพียงการยืดเวลาให้กับระบอบการสืบทอดอำนาจและระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบเท่านั้น จะไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นอันสร้างสรรค์ในการจัดทำ “รัฐธรรมนูญ” ฉบับสัญญาประชาคมของประชาชนชาวไทยทุกกลุ่มที่ชาวไทยร่วมทำให้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง กระบวนการจัดทำ “รัฐธรรมนูญ” เพื่ออนาคตและจะเป็นกระบวนการในการปฏิรูปประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเป็น กระบวนการในการเปลี่ยนมวลพลังของความขัดแย้งต่างๆในช่วงที่ผ่านมา ให้ไปเป็น พลังขับเคลื่อน เพื่อยกระดับการเมือง เศรษฐกิจ สังคมไทยได้ หากทุกฝ่ายมีความจริงใจในการทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจยึดถือระบบนิติรัฐนิติธรรมในการบริหารประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงกับดักแห่งความรุนแรงในอนาคต หากการยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่มีเหตุผลเพียงพอและบิดเบือนหลักการรวมทั้งหลักกฎหมายจะนำไปสู่การสูญเสียความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้นต่อระบอบกึ่งประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศปีหน้า การกระทำดังกล่าวจะทำลายความหวังของประชาชนด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมและปิดช่องการทำงานผ่านเวทีรัฐสภา ทาง “ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการเลือกตั้ง คณะกรรมการ ปปช และ ศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่รับใบสั่ง ทำงานตรงไปตรงมาเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

บทความก่อนหน้านี้‘มิว นิษฐา’ พร้อม ‘เซนต์ ธราภุช’ เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์
บทความถัดไปมนัส สัตยารักษ์ | เมืองหัวหมอ