‘ปิยบุตร’ ค้านยุบ อนค. ชี้องค์กรอิสระวิกฤต ‘ผู้มีอำนาจแทรกแซง-ใบสั่งกดปุ่มสมใจนึก’

ประชุมสภาฯ-เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงมติของ กกต.ที่มีมติส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ ปมกู้เงิน 191 ล้านบาท ว่า เราไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว และขอตั้งข้อเคลือบแคลงสงสัยต่อการทำงานของ กกต. การใช้ดุลพินิจการใช้กฎหมายของ กกต.ว่ามีวัตถุประสงค์ว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองมีเรื่องบิดผันโดยมิชอบหรือไม่ จึงอยากตั้งข้อสงสัยกลับไปด้วยเสียงดังๆ ดังนี้ 1. กกต.เร่งรัดกรณีของเราในเรื่องกู้เงินนี้อย่างผิดสังเกต ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการเรียกเราไปสอบสวน มีแต่เพียงให้ประธานคณะกรรมการไต่สวน เชิญเราไปชี้แจงอยู่ 3 ครั้ง แล้วให้ส่งเอกสาร ซึ่งมีลักษณะไม่เกี่ยวข้องกับคดี 2. กระบวนการทำงานในคดีที่ผ่านมามีเอกสารหลุดออกมา ซึ่ง กกต.ก็ยอมรับเรื่องนี้อย่างชัดเจน ระหว่างทางก็มีข่าวปล่อย ข่าวหลุด แหล่งข่าวกล่าวว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เผยแพร่ลงในสื่อหลายฉบับ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาก็ดีมีการพาดหัวตรงกันหลายฉบับ ราวกับไปนั่งอยู่ในห้องประชุม กกต. ทั้งยังรู้ด้วยว่าแนวจะออกมาแบบไหน และท้ายที่สุดมติ กกต.วันนี้ก็เป็นเหมือนที่แหล่งข่าวกล่าวว่า กระบวนการแบบนี้เป็นกระบวนการชี้นำทางสื่อก่อน เพื่อจะทำให้สังคมเชื่อกันล่วงหน้าว่าพรรคอนาคตใหม่ทำผิดจริง

นายปิยบุตรกล่าวว่า 3. กกต.มีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยอ้างเหตุตามมาตรา 72 ซึ่งระบุไว้ว่าห้ามมิให้พรรคการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยมิชอบตามกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นความผิดตามมาตรา 72 คือการรับเงินที่ได้มาโดยมิชอบ คำถามคือเงินที่เราได้มาจากการกู้หัวหน้าพรรค ไม่ชอบด้วยกฎหมายตรงไหน ซี่ง กกต.ไม่ได้มีคำตอบนี้ ตนรอเอกสารแถลงข่าวจนถึงเย็น ในเอกสารก็ผิดหวังเพราะมีเพียง 5 บรรทัด ทำงานกันแบบนี้ง่ายดีกันจริงๆ ไม่อธิบายเหตุผลอะไรเลย นี่หรือองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทสำคัญต่างๆ

ในความเห็นของผม วันนี้เป็นวันอัปยศอีกครั้งหนึ่งในการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อยากจะให้ กกต.ลองออกมาเจอสังคม เจอประชาชนบ้าง ลองมาฟังว่าสังคมเขาพูดอะไร เขามีความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.อย่างไร เขาตั้งคำถามคลางแคลงใจต่อการทำหน้าที่ของ กกต.หรือไม่ ปฎิเสธไม่ได้ว่าวิกฤตการณ์ทางการเมืองตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของการก่อวิกฤตคือการทำงานขององค์กรอิสระ ที่ผ่านมาก็มีการบอกว่านักการเมืองพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ หลังการรัฐประหารก็มีความสงสัยว่าผู้มีอำนาจพยายามแทรกแซงองค์กรอิสระ มีใบสั่งกดปุ่มได้อย่างใจนึก ผมอยากให้สังคมตั้งคำถามถึงการทำงานของ กกต. ซึ่ง กกต.วินิจฉัยพิพากษา พรรคการเมืองอื่นมาจำนวนมาก วันนี้อยากให้สังคมวินิจฉัย พิพากษา กกต.ดูสักที ส่วนพรรคอนาคตใหม่ไม่มีปัญหา เรายืนยันที่จะเดินหน้าทำงานต่อเนื่อง งานในสภาวันนี้เราทำอย่างเต็มที่อย่างสร้างสรรค์ด้วย มติของ กกต.วันนี้ไม่สามารถหยุดการทำงานของอนาคตใหม่ได้ เราจะเดินทางมุ่งหน้าทำงานอย่างสร้างสรรค์ต่อไป ให้มันรู้ไปว่าถ้าพรรคการเมืองกำเนิดขึ้นมา ต้องการรวบรวมผู้คนที่ทนไม่ไหวกับสภาพการเมืองไทยตลอด 13 ปีที่ผ่านมา ให้รู้ว่าพรรคการเมืองที่เป็นการรวมตัวกันของคนที่ต้องการเห็นอนาคตแบบใหม่ ออกจากความขัดแย้งแบบเดิมๆ เขาจะไม่มีที่อยู่ที่ยืน ให้มันรู้กันไปว่าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.หน้าใหม่ ที่ตั้งใจทำงานอย่างสร้างสรรค์ในสภา จะไม่มีที่อยู่ที่ยืน และให้รู้ไปว่าพรรคการเมืองที่ตั้งใจจะแสดงบัญชีรายจ่ายและรายได้ของพรรคอย่างโปร่งใสจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งเราพร้อมต่อสู้ในทางคดีความต่อไป” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรกล่าวว่า ขอเรียกร้อง 1.ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ฟังเสียงหรือเห็นหัวประชาชนบ้าง 2.เรียกร้องพี่น้องประชาชนคนไทย และสังคมไทยอย่ายอมให้การยุบพรรค ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติกลายเป็นเรื่องปกติ อย่ายอมให้กระบวนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการใช้ประหัตประหารกำจัดศัตรูทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติให้กลายเป็นเรื่องปกติ อย่าปล่อยให้กระบวนการนิติสงครามเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองไทยได้ หนังม้วนเก่าฉายซ้ำ กำลังจะเดินกล้องเดินเรื่อง แต่ยืนยันว่าหนังม้วนนี้จับไม่เหมือนเดิมแน่นอน ส่วนรู้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้กำกับหนัง ก็อยากให้ทุกท่านไปวิเคราะห์กันดูแล้วกัน ถ้าใครจะแสดงตัวออกมาว่าเป็นผู้กำกับก็ยินดี

เมื่อถามว่าวางแนวทางในการต่อสู้คดีนี้ไว้อย่างไรบ้าง นายปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้ก็รอว่า กกต.จะให้รายละเอียดอะไรมาบ้าง แต่กลับไม่ได้รายละเอียดอะไรมาเลย แต่ก่อนอื่นเราขอเรียกร้องสิทธิเบื้องต้นก่อนเลยคือสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม มีข่าวออกมาว่ามีธงจะยุบพรรคอนาคตใหม่ให้ได้ภายใน 3 เดือนถึงสิ้นปี ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าไม่เป็นความจริง จึงต้องเปิดโอกาสให้พรรคอนาคตใหม่ได้เข้าสู่การพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมอย่าเร่งรัดตัดตอน ต้องเปิดเวลาให้เราได้ต่อสู้คดี อย่างไรก็ตาม อยากรู้ว่าคำร้องของ กกต.ทื่ยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอย่างไรก่อน เพื่อที่เราจะได้เตรียมสู้คดีกัน แต่ยืนยันว่ากรรมการบริหาร แกนนำ และ ส.ส.ของพรรคกำลังใจยังดี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคมาเราคาดหมายกันได้อยู่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมาถึง แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วกว่าที่คิด ซึ่งตัวนายธนาธรเองก็ยังมีกำลังใจดี วันนี้ก็มาติดตามการอภิปราย โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบกระทรวงกลาโหมที่เจ้าตัวได้เปิดไว้อย่างต่อเนื่อง และเรายังเดินหน้าที่จะทำงานกับพี่น้องประชาชนต่อไป

เมื่อถามว่า การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าอย่ายอมให้เรื่องไม่ปกติเป็นเรื่องปกติมีนัยยะถึงการปลุกม็อบหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ความอึดอัดของประชาชนคนไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความสองมาตรฐานในการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมือง เป็นความคิดที่ไหลเวียนมากว่าทศวรรษแล้ว กรณีอย่างนี้ยิ่งไปตอกลิ่มตอกย้ำเข้าไปอีก คิดว่าในฐานะประชาชนคนไทยเขาย่อมมีสิทธิที่จะแสดงความเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ไปตัดสินแทนประชาชนไม่ได้

 

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ สั่งเฝ้าระวังภัยแล้ง แนะสร้างความรู้ประชาชน เปลี่ยนอาชีพรองรับ
บทความถัดไปหั่นงบศธ.-หน่วยงานสังกัด 1.45 พันล.แนะยุบร.ร.เล็กเป็นกรณี หวั่นกระทบเด็ก-ผู้ปกครอง