‘อรรถพล’ เผย วันนี้ประชุมหาข้อยุติดำเนินคดี ‘ปารีณา’ ปมรุกป่า 682 ไร่

‘กรมป่าไม้’ ประชุมหาข้อยุติดำเนินคดี ‘ปารีณา’ ปมบุกรุกป่า 682 ไร่ 9 ธ.ค.นี้ เผยต้องรัดกุมรอบคอบ จู่ๆ จะไปจับเลยไม่ได้ ต้องฟัง ส.ป.ก.ด้วย ขณะที่ ‘ดำรงค์ พิเดช’ ชี้ต้องจับ น.ส.ปารีณา ข้อหาบุกรุกป่าสงวนฯ และป่าไม้ พ.ศ.2484 แม้จะส่งคืนที่ ส.ป.ก.แล้วก็ตาม แฉตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน ส.ป.ก.ไม่มีการดำเนินการใดๆ แถมเจ้าหน้าที่ยังปล่อยปละละเลยให้คนไม่มีคุณสมบัติในการถือครองหรือครอบครองที่ดินอย่าง น.ส.ปารีณา เข้าไปบุกรุกโดยไม่มีการขับไล่ ต้องแจ้งจับทั้ง ส.ป.ก.และกรมป่าไม้

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าในวันที่ 9 ธันวาคม กรมป่าไม้จะมีการประชุมเพื่อหาข้อยุติในเรื่องของเอกสารหลักฐาน ข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกา ที่ได้มีการประสานไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาและฝ่ายกฎหมายของ ส.ป.ก.ในคดี น.ส.ปารีณา และเมื่อได้ข้อยุติเป็นที่ยอมรับแล้วจะมีการดำเนินการกับ น.ส.ปารีณาต่อไป ทั้งนี้ การจะดำเนินคดีต่อกับ น.ส.ปารีณาข้อหาบุกรุกป่า จำนวน 682 ไร่ จะต้องรอบคอบ อธิบายกับสังคมได้และต้องฟัง ส.ป.ก.ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไร จะยุติหรือดำเนินการต่อทางคดี จู่ๆ จะให้กรมป่าไม้ไปจับเลยไม่ได้ ขนาดนักกฎหมายของกรมป่าไม้ยังมีความเห็นเป็น 2 แนวทาง และแม้ว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาแต่ก็ใช้ไม่ได้กับทุกกรณี ยกเว้น ส.ป.ก.ร้องขอให้กรมป่าไม้ดำเนินคดีต่อ ดังนั้นต้องประชุมหารือกันทั้งกรมป่าไม้และ ส.ป.ก.เพื่อให้ได้ข้อยุติ

ด้าน นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) เปิดเผยว่า เรื่องการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ พ.ศ.2484 ของ น.ส.ปารีณายังไม่ยุติ น.ส.ปารีณาจะต้องโดนจับ เพราะศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาไปแล้ว ว่าใครที่บุกรุกป่าสงวนก่อนปี 2554 ถือว่ามีความผิด โดย น.ส.ปารีณาแจ้งครอบครองพื้นที่ปี 2547 และแจ้งว่ามี ภ.บ.ท.5 ปี 2549 ดังนั้น ถือว่ามีความผิดฐานบุกรุกป่า ต้องจับกุมดำเนินคดีต่อไป ส่วนการที่ ส.ป.ก.ระบุว่าจะมีการยุติเรื่องหลังจาก น.ส.ปารีณาส่งมอบที่ดินคืน ก็เป็นเรื่องของ ส.ป.ก. แต่เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ถือว่ามีความผิดอาญาที่ปล่อยปละละเลยให้คนไม่มีคุณสมบัติในการถือครองหรือครอบครองที่ดินอย่าง น.ส.ปารีณาเข้าไปบุกรุกโดยไม่มีการขับไล่ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ต้องมีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่

นายดำรงค์กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนของกรมป่าไม้ก็ต้องมีความผิดไปด้วยที่ปล่อยให้ น.ส.ปารีณาบุกรุกครอบครองป่าและเข้าไปปลูกสร้างเล้าไก่ ระหว่างปี 2549-2553 ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินปี 2554 ส่วนจากนี้ไปกรมป่าไม้ต้องเข้าจับกุมดำเนินคดี น.ส.ปารีณาที่บุกรุกป่า จำนวน 682 ไร่ ต่อ จะจับเป็นรายแปลงหรือจะจับแปลงใหญ่เลยก็ได้ ถ้าไม่ดำเนินการกรมป่าไม้จะลำบาก เพราะที่ดิน จำนวน 682 ไร่ ยังถือว่ามีสภาพเป็นป่าอยู่ ที่สำคัญตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2518 มาตรา 26(4) ระบุชัดเจนว่า “ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว เมื่อ ส.ป.ก.จะนำที่ดินแปลงใดในส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น และให้ ส.ป.ก.มีอำนาจนำที่ดินนั้นมาใช้ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้โดยไม่ต้องดำเนินการเพิกถอนตามกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ” แต่ข้อเท็จจริง กรมป่าไม้ได้มอบป่าสงวนให้ ส.ป.ก.ในปี 2536 แต่ตั้งแต่ปี 2536 มาจนถึงปัจจุบัน ส.ป.ก.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เลย ทั้งการสำรวจรังวัด การตรวจวางแนวเขต การตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการ การวางแผนจัดสรรที่ดินให้เกษตรกร การเตรียมออกเป็น ส.ป.ก.4-01 จนกระทั่งมีพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดิน ปี 2554 ส.ป.ก.ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนเกิดเรื่อง น.ส.ปารีณา เมื่อ ส.ป.ก.ไม่มีการดำเนินการใดๆ เลย แถมปล่อยปละละเลยให้ น.ส.ปารีณาเข้ามาครอบครอง แล้วจู่ๆ มาบอกว่า น.ส.ปารีณาไม่มีความผิด ถามว่าสังคมรับได้หรือไม่ ทั้งๆ ที่ต้องถือว่า น.ส.ปารีณาบุกรุกป่าสงวน และป่าไม้ พ.ศ.2484 มีความผิด ต้องโดนจับสถานเดียว

บทความก่อนหน้านี้‘วีระ’ เดือด ‘วราวุธ’ อยู่ไหน ทำไมปล่อย ‘ธรรมนัส’ มายุ่ง ตั้งตัวพิพากษาคดีปารีณารุกป่า
บทความถัดไปเสธแมว โว คนยังศรัทธาเพื่อไทย เมื่อถึงเวลา อามิสสินจ้างก็ไร้ผล เผด็จการจะถูกสั่งสอน