ป่าไม้ตรวจสอบที่ดิน’นายเสี้ยว’ร้องศูนย์ดำรงธรรมโดนพ่อ’ปารีณา’ยึด

ป่าไม้สนธิกำลังตรวจสอบที่ดินของนายเสี้ยว นำพา ชาวบ้านหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง ที่ได้ร้องขอศูนย์ดำรงธรรมให้ตรวจสอบสิทธิ์ทำกิน กรณีที่ดินของตัวเองถูกบุกรุกล้อมรั้วลวดหนาม ทำให้เนื้อที่หายไปบางส่วน ด้านป่าไม้ตรวจสอบตามเอกสารหลักฐาน ใครบุกรุกจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

วันที่ 4 ธ.ค. 62 นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) พร้อมด้วยนายอรุณ สิงโต หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาสวนผึ้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 2 (บ่อหวี) เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สภ.สวนผึ้ง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบที่ดินของนายเสี้ยว นำพา อายุ 74 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังที่มีการเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี กรณีที่นายทวี ไกรคุปต์ พ่อของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ เข้าไปปักเสาล้อมรั้วลวดหนามเขตเข้าไปในเขตพื้นที่ของนายเสี้ยว ที่มีพื้นที่ทำกินกว่า 50 ไร่ แต่ถูกบุกรุกล้อมรั้วเข้าไปกว่า 30 ไร่ เหลืออยู่เพียง 10 กว่าไร่เศษโดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ พร้อมกับเครื่องตรวจจับพิกัดที่ดินซึ่งมีหมายเลขรหัสกำกับไว้พร้อมเข้าเดินตรวจสอบแต่ละเสาหมุด โดยมีนายเสี้ยวพร้อมนางปราณี นำพา บุตรสาวเป็นผู้นำพาไปชี้จุดที่ดินแปลงดังกล่าว

นายสุชาติ บัวบาง เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างการตรวจสอบที่ดินว่า นายเสี้ยวได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมสวนผึ้ง และยังมีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสวนผึ้งไว้ว่ามีการปักรั้วลวดหนามรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของตนเอง เรื่องนี้ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ. 2 และตนเองยังเป็นคณะทำงานเรื่องตรวจสอบพื้นที่บุกรุกบริเวณด้านฝั่งตรงข้าม นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากอำเภอสวนผึ้ง เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ศูนย์ดำรงธรรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมกันตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ทราบว่าข้อเท็จจริงตามที่มีการร้องบุกรุก ล้อมรั้วลวดหนามนั้น วันนี้ได้มาตรวจสอบพื้นที่มีการล้อมรั้วลวดหนาม มีต้นไม้เป็นต้นมะพร้าวปลูกในพื้นที่
โดยที่ดินนายเสี้ยวได้มีการสำรวจการถือครองไว้ ปัจจุบันที่ดินได้มอบให้กับ นส.อำไพ นำพา 23 ไร่ 2 งาน 79 ตารางวา นส.ปราณี นำพา 23 ไร่ 99 ตารางวา เบื้องต้นพื้นที่นี้ ทั้ง 2 รายได้รับการสำรวจข้อการสำรวจการถือครองเพื่อจัดการที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวร เขตป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 เมื่อปี พ.ศ. 2559 ตอนนี้มีข้อมูลว่าทางเจ้าหน้าที่ได้สำรวจไว้แล้ว และส่วนตรงนี้จะดูรายละเอียดว่าที่มีการร้องนั้น ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปร่วมกันพิจารณาแก้ไข ส่วนใครที่เข้ามาบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันที่จะบังคับใช้กฎหมายโดยเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนที่เหลืออาจจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจสอบในวันนี้ยังคงมีพื้นที่เท่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าใครมาเป็นผู้บุกรุก จึงจะให้เจ้าหน้าที่จับพิกัดพื้นที่ทั้งหมด และตรวจสอบมีการนำพืชอะไรบ้างเข้ามาปลูกในพื้นที่ ดูระยะเวลาการปลูกว่านานมากน้อยแค่ไหน เป็นพยานหลักฐานที่ปรากฏในพื้นที่ดังกล่าวด้วย โดยเบื้องต้นกรณีการปักหลักในพื้นที่ล้ำเข้าไปในพื้นที่ที่มีการรังวัดของชาวบ้านนั้นจะเข้าข่ายเรื่องพิพาทของเอกชน และพิพาทในที่ดินของรัฐ ถ้าใครมีพิพาทกับที่ดินของรัฐก็จะถูกดำเนินการไปตามกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ .ศ.2484

บทความก่อนหน้านี้“ธรรมนัส” แจงกมธ. อ้าง ไม่รู้ว่ามหาวิทยาลัยที่จบป.เอก มีมาตรฐานหรือไม่
บทความถัดไปการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดรับบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อนำไปทำหนังสืออักษรเบรลล์สำหรับน้อง ๆ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ