‘วีระ’ ขึ้นศาลเองขอรับหมายคดี ‘ปารีณา’ ฟ้องหมิ่น นัดแจ้งฟังคำสั่งพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น พร้อมทีมทนายความ เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อขอรับสำเนาคำฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.3199/2562 ที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวีระเป็นจำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท จากการให้สัมภาษณ์กรณีตรวจสอบการรุกที่ดินของ น.ส.ปารีณา โดยต่อมาในเวลา 11.35 น. หลังนายวีระเข้าพบศาลแล้ว เปิดเผยว่า ทางศาลจะขอปรึกษาอธิบดีก่อน โดยนัดให้มาฟังคำสั่งพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) เวลา 14.00 น. และให้มารอรับหมายเลย ซึ่งตนก็จะเดินทางมาด้วยตัวเอง
ด้าน นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายวีระ กล่าวว่า เรามีความเห็นว่าเพื่อไม่ให้เสียงบประมาณของศาล จึงมารับหมายในวันนี้ (3 ธ.ค.) แต่ทางศาลเพิ่งดูสำนวนแล้วนัดฟังคำสั่งในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) มีคำสั่งได้อยู่ 2 ทางคือ รับหรือไม่รับ ถ้ารับไต่สวนก็ให้นายวีระเซ็นรับหมายได้เลย ถ้าไม่รับก็เท่ากับยกฟ้องไปเลย เราใช้สิทธิของจำเลยที่ถูกฟ้อง ก็มีสิทธิที่จะมารับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ระหว่างนี้ศาลกำลังพิจารณาว่าคำฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงยังไม่เห็นตัวคำฟ้อง ทราบแค่จากข่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลใจหรือไม่กับคดีที่ น.ส.ปารีณาฟ้อง นายวีระกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ อยากให้เรื่องนี้เข้าสู่ศาลเร็วๆ เมื่อ น.ส.ปารีณาอยากใช้สิทธิของเธอต่อความยาวสาวความยืดก็ไม่มีปัญหา ตนไม่กังวลและให้ความร่วมมือ เชื่อว่าไม่มีคนที่ถูกดำเนินคดีคนไหนมาขอรับหมายด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องให้ศาลเสียเวลา คงไม่มีบ่อย

ถามเรื่องการประสานงานคดีที่นายวีระแจ้งความกับ น.ส.ปารีณา ที่ สภ.จอมบึง กับคดีที่กรมป่าไม้แจ้งความ น.ส.ปารีณา ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายวีระกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของ ปทส.ต้องประสานกันเอง แต่ความประสงค์ของตนต้องการให้ทางพื้นที่ที่มีเขตอำนาจในการสืบสวนสอบสวนเป็นคนทำคดี แต่ถ้าทาง ปทส.ประสานกันเป็นเรื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ถามถึงกรณีที่ทนายความของ น.ส.ปารีณาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีหมิ่นประมาทในข้อกล่าวหาเรื่องการแบ่งที่ดินออกเป็น 3 ส่วน และมีการเตรียมพยานหลักฐานตั้งรับไว้หรือยัง นายวีระกล่าวว่า เป็นเรื่องในคดี เดี๋ยวค่อยว่ากันในคดี เรายังไม่เห็นคำฟ้อง ขณะที่นายชูชาติ ทนายความกล่าวว่า ไม่มีการตั้งรับ หลักฐานมีมาพร้อมหมดแล้ว นายวีระดูแลเรื่องนี้มานานแล้ว

ถามถึงจุดที่นายวีระแจ้งความ น.ส.ปารีณา เป็นจุดเดียวกับที่กรมป่าไม้แจ้งความหรือไม่ นายวีระกล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ถ้าจำไม่ผิดคนละที่ ที่ตนแจ้งความวันที่ 1 ธ.ค.2562 เป็นฝั่งอำเภอสวนผึ้ง ส่วนที่ตนแจ้งความวันที่ 21 พ.ย.2562 เป็นฝั่งอำเภอจอมบึง น่าจะเป็นที่เดียวกัน ตนแจ้ง 2 อำเภอ วันที่ 1 ธ.ค. เป็นของนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณาคนเดียว แต่วันที่ 21 พ.ย.2562 ที่อำเภอจอมบึงเป็นของ น.ส.ปารีณาเป็นหลัก โดยที่อำเภอสวนผึ้งมี 3 แปลง แปลงใหญ่ติดเขาสน พื้นที่ประมาณพันกว่าไร่ อีกแปลงขนาดกลางติดกับที่ลุงเสี้ยว 200 ไร่ ตอนนี้มีป้าย ส.ป.ก.ปักไว้แล้ว เพิ่งไปปักไว้ อีกแปลงเป็นที่ตาบอดใกล้กับแปลง 200 ไร่ แปลงนี้มีเนื้อที่ 80 ไร่ ที่ตนแจ้งวันที่ 1 ธ.ค.2562 มี 3 แปลง รวมประมาณเกือบ 2 พันไร่ ไม่ใช่ที่ ส.ป.ก. เป็นที่ ส.ป.ก.บางส่วนเท่านั้น เช่นพื้นที่ 200 ไร่ ที่มีป้ายปัก แต่ที่ติดเขาน่าจะเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีการประกาศโดยกฎกระทรวง บางส่วนเป็นพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้

“ขอบคุณคนไทยทุกคน ผมเชื่อว่าตอนนี้คนไทยทุกคนอยากเห็นความเป็นธรรม อยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคม ผมเชื่อว่าตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่อึดอัดมากกับกรณีนี้ แล้วก็อยากจะเห็นกฎหมายไม่ถูกเลือกปฏิบัติ อยากเห็นกฎหมายใช้ได้กับคนทุกคนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจน ผมเชื่อว่าคนไทยอยากจะรอว่าที่สุดแล้วมันจะจบลงอย่างไร ผมเชื่อว่าทุกคนรออย่างใจจดใจจ่อ” นายวีระกล่าวตอบคำถามถึงคนที่ให้กำลังใจตน

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯ ป.ป.ช. ชง กก.ชุดใหญ่ ถกคดี ‘ปารีณา’ สัปดาห์หน้า
บทความถัดไป‘ทวี สอดส่อง’ กางข้อบังคับที่ 85 เตือน ปธ.สภาฯ ไม่ใช้ดุลพินิจเกินถ้อยคำใน กม.