‘นิติธร’ยื่นหนังสือ 4 หน่วยงานแนะไม่ควรจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล.

นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า  มายื่นหนังสือ 4 หน่วยงาน กระทวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เนื้อหาหนังสือบอกถึงข้อเท็จจริงกรณีโฮปเวลล์ที่เกิดขึ้น และนำเสนอประเด็นที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งสาระสำคัญเริ่มตั้งแต่ความผูกพันของโครงการ มติครม.ชัดเจนว่าเจ้าของโครงการคือรัฐบาล กระทรวงคมนาคมเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงไม่ใช่เจ้าของโครงการ

นายนิติธรกล่าวต่อว่า ประเมินต่อมาเรื่องมติครม.อนุญาตให้บริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง เป็นผู้ได้รับสัมปทาน ไม่ใช่โฮปเวลล์ประเทศไทย ดังนั้นผู้ลงนามสัญญาต้องเป็นกระทรวงคมนาคมกับบริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง แต่ในสัญญาปรากฏว่าเป็นกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ม.) ลงนามกับบริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทย ตรงนี้ไปตรวจสอบการจดทะเบียบ บริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทย พบว่า มติครม.ไม่ได้ยกเว้นการดำเนินการตามประกาศคณะปฏิวัติ 2515 ที่จะอนุมัติให้เอกชนมาดำเนินธุรกิจขนส่งและเดินรถ เมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมายได้จึงไม่จดทะเบียนธุรกิจได้  ซึ่งตรงนี้การดำเนินธุรกิจของบริษัท โฮปเวลล์ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ซึ่งการยื่นของรับการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ต้องมีสถานะเป็นบุคคล หรือนิติบุคคล แต่เมื่อการจดทะเบียนของบริษัทโฮปเวลล์ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว สภาพการเป็นนิติบุคคลก็ไม่ได้ จึงไม่สามารถให้บีโอไอได้

นายนิติธร กล่าวว่า นอกจากมีการตั้งข้อสังเกตว่าการขายหุ้นของ บริษัท โฮปเวลล์ประเทศไทยและบริษัท โฮปเวลล์ฮ่องกง  มูลค่า 500 ล้านบาทให้กับบริษัท ยูไนเต็ด ซัคเซส ลิมิเต็ด เมื่อปี 2548  โดยบริษัทจดทะเบียนในสาธารณรัฐมอริเชียส  และพบว่าจนถึงปัจจุบันไม่ได้มีการประกอบกิจการใดๆ ดังนั้นจึงมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการลักษณะดังกล่าวเพื่อมาค้าความ เรียกร้องค่าเสียหายจากกรณีโฮปเวลล์กับประเทศไทยหรือไม่

นายนิติธร กล่าวว่า ในความเห็นส่วนตัวไทยไม่ควรต้องจ่ายค่าเสียหาย 24,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 12,000 ล้านบาท และดอกเบี้ย 12,000 ล้านบาท ให้กับบริษัทโฮปเวลล์ เพราะสัญญาณที่ทำไว้นั้นไม่ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่สถานะบริษัท ไปจนถึงการได้รับบีโอไอ  โดยขอให้ 4 หน่วยงานแจ้งไปยังรัฐมนตรีและครม.ว่าขณะนี้ได้รับเอกสารดังกล่าว และมีประเด็นที่ไม่ชอบมาพากลด้านกฎหมาย ดังนั้นอยากให้ตั้งคณะทำงานเพื่อมาตรวจสอบตรงนี้อีกครั้ง รวมถึให้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้งดบังคับคดีต้องจ่ายค่าปรับไว้ก่อน

“ก่อนหน้านี้ผมไปยื่นเรื่องต่อนายกฯ และครม.ไปแล้ว และเสนอประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมคณะทำงานกรณีโฮปเวลล์ไปแล้ว”

บทความก่อนหน้านี้“ประยุทธ์” เดินชิวตลาดวังหลัง สั่งมท.ศึกษาทำสตรีทฟู้ด เจอชาวบ้านประชด ตะโกนทวงสัญญา
บทความถัดไป24พ.ย.นี้ ป่าไม้ร่วมสปก.ลุยตรวจที่ดิน’เอ๋-ปารีณา’