“สุริยะ”ลงพื้นที่ราชบุรี-กาญจนบุรี สั่งหน่วยงานช่วยชาวบ้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

“สุริยะ”ลงพื้นที่ราชบุรี-กาญจนบุรี สั่งหน่วยงานช่วยชาวบ้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าการลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานประกอบการในจังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2562 เพื่อไปตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง โดยได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) หมู่บ้านหัวเขาจีนเป็นแห่งแรก ในอำเภอปากท่อ ซึ่งหมู่บ้านหัวเขาจีนเป็นหนึ่งในหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากกระทรวงอุตสาหกรรมด้านการบริหารจัดการชุมชน การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว การชูเอกลักษณ์ชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ การเข้าถึงช่องทางการตลาดแบบออฟฟไลน์ และออนไลน์ การสนับสนุนเทคนิควิธีการที่สามารถน้ำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนมีอยู่ รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของชุมชนจากผลิตภัณฑ์เดิมที่เคยผลิต ปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และสามารถผลิตเองได้ในชุมชน

“ที่หมู่บ้านหัวเขาจีน ผมได้รับทราบปัญหาของทางหมู่บ้านคือ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ยังไม่ค่อยแตกต่างจากเดิม ซึ่งตรงนี้ผมได้กำชับให้หน่วยงานดำเนินงาน เข้าไปดูแลจัดการอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมที่จะสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์”

นายสุริยะกล่าวว่า ได้เดินทางไปยังศูนย์ปรับปรุงพันธุ์อ้อยแห่งประเทศไทย และพบปะกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย พร้อมชมการสาธิตกระบวนการปรับปรุงพันธุ์อ้อยและการสาธิตการเพาะปลูกอ้อยแบบอัจฉริยะ เยี่ยมชมอาคารควบคุมสภาพแวดล้อมและเทคโนโลยีชักนำให้พ่อแม่พันธุ์อ้อยออกดอก เยี่ยมชมเทคโนโลยีฐานชีวภาพ นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้จับคู่ผสมพันธุ์อ้อยลูกผสมชุด 2019 เป็นปฐมฤกษ์อีกด้วย นอกจากนี้ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินกิจการของ บริษัท สยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตกระดาษคราฟท์และเยื่อจากเศษกระดาษ มีกำลังการผลิตกระดาษคราฟท์ ประมาณ 820,000 ตัน/ปี มีกำลังการผลิตถุงอุตสาหกรรม ประมาณ 96 ล้านใบ/ปี โดยบริษัทเน้นการพัฒนาและออกแบบสินค้าให้ใช้งานง่าย ใช้ทรัพยากรน้อย คงทนแข็งแรง นำมาใช้ซ้ำและรีไซเคิลง่าย

นายสุริยะ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอของภาครัฐ -เอกชน ในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการตัดอ้อยสดและบรรทุกอ้อยเข้าโรงงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอ้อยให้มีต้นทุนการตัดสด และการขนส่ง ถูกลง รวมถึงลดมลพิษเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน แก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากอุตสาหกรรมอ้อยตลอดห่วงโซ่อุปทาน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอ้อยให้มีคุณภาพ และเป็นต้นแบบให้กับ โรงงานน้ำตาล และ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ทั้งระบบในอนาคต โดยเริ่มดำเนินการในปี 2564 – 2567 แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ ระยะแรกตั้งแต่ปี 2564-2566 ดำเนินการพัฒนาต้นแบบระบบการตัดอ้อยสดและบรรทุกอ้อยเข้าโรงงาน วิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ต่อพ่วงเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนการเก็บเกี่ยวอ้อย จัดตั้งศูนย์การบริหารขนส่งและตรวจวัดคุณภาพภาพอ้อยก่อนเข้าโรงงานน้ำตาล

ขณะที่ ระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี 2565-2567 ดำเนินการสนับสนุนการจัดทำระบบคัดแยกสิ่งเจือปนออกจากอ้อยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานน้ำตาลอยู่จำนวนมากและใกล้กับชุมชนด้วย ขณะเดียวกันก็พบว่า ยังคงมีเกษตรกรบางส่วนที่เผาอ้อยเพื่อเร่งรีบเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนที่โรงงานน้ำตาลจะปิดหีบ ซึ่งการดำเนินการโดยเพื่อพัฒนาต้นแบบดังกล่าวจะเป็นการแก้ปัญหาให้กับชาวเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้ในระยะยาว

บทความก่อนหน้านี้หนักกว่าเดิม! “กรมป่าไม้” แจงที่ป่า 1,700 ไร่ “ส.ส.ปารีณา” เป็นที่ ส.ป.ก.
บทความถัดไปที่ประชุมวุฒิฯ รับหลักการร่างข้อบังคับจริยธรรม ส.ว. โวย เขียนเข้มเหมือนศาล-ปฏิบัติยาก