ผบช.ภ.9ลั่น 1-2 วันเปิดปฏิบัติการไล่ล่าแก๊งโจรใต้ถล่มชรบ.มีกว่า 40 บอกรู้ตัวหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้เข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการร่วมพิเศษทหารพราน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.บ้านตะวันออก หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 พย.62 ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชม.

พล.ต.ท.รณศิลป์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด เนื่องจากคดีนี้มี 2 จังหวัดที่มีความเชื่อมโยงกัน คือยะลา กับปัตตานี และได้เชิญเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่มาร่วมประชุมแนวทางการสืบสวน ซึ่งแนวทางการสืบสวนที่เกิดเหตุทั้งหมดในวันเกิดเหตุ ปรากฏว่ามีการโจมตี 1 จุด นอกจากนั้นอีก 5 จุดเป็นพื้นที่การโปรยตะปูเรือใบ ตัดต้นไม้ขวางถนน ระเบิดเสาไฟ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีพยานหลักฐานเยอะมากพอสมควร และจากจุดเกิดเหตุก็พบว่าคนร้ายได้ทิ้งสิ่งของบางอย่างที่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ไว้ในหลายๆจุด การไล่ล่าติดตามจากรอยเลือด หรือจากพยานหลักฐานต่างๆ ในส่วนของการตรวจอาวุธปืนของคนร้ายที่เข้ามาในที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุมีการใช้ปืนอย่างน้อย 25 กระบอก ซึ่งรวมกับปืนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเมื่อตัดปืนของเจ้าหน้าที่ออกไป ก็น่าจะเป็นของคนร้าย 18 กระบอก จึงเชื่อว่าคนร้ายที่เข้าโจมตีในจุดนี้ 18 คน แต่จุดอื่นที่เหลืออีก 5 จุด ก็จะมีคนร้ายชุดอื่นปฏิบัติการ ซึ่งเชื่อว่าปฏิบัติการในครั้งนี้กลุ่มคนร้ายใช้กำลังประมาณ 40-50 คน

“ผลจากการตรวจนิติวิทยาศาตร์ สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มาจากยะหา กาบัง บันนังสตา จ.ยะลา และอีกกลุ่มมาจากพื้นที่โคกโพธิ์ ปัตตานี ซึ่งในการเชื่อมโยงของพยานหลักฐานก็พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายเคยใช้อาวุธปืนเหล่านี้ ขณะนี้ทางพิสูจน์หลักฐาน กำลังเร่งตรวจสอบหลักฐาน ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวเองไว้ 1 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ แต่หลบหนีไปอยู่อีกพื้นที่ จึงได้ทำการเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม เบื้องต้นให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่รับว่าเคยก่อเหตุในเหตุการณ์อื่น สำหรับกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มาจาก 2 กลุ่ม คือกลุ่มจากทางปัตตานีรวมถึง 4 อำเภอของสงขลา กลุ่มนี้ก็จะเชื่อมโยงกับการโจมตีจุดตรวจฆอลอปีและ เมื่อ 2 เดือนก่อน อีกส่วนหนึ่งมาจากกาบัง ยะหา บันนังสตา ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มที่ได้มีการออกหมายจับเอาไว้ในคดีอื่นแล้วหลบหนี และได้มีการพูดคุยกับท่านแม่ทัพภาค 4 แล้วว่าจะมีการเปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ภายใน 1-2 วันนี้ โดยกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นคนร้ายที่ติดตามจับกุมจากคดีเก่าๆมาโดยตลอด รู้ว่าเป็นใคร แต่หาตัวไม่เจอ เนื่องจากกลุ่มนี้จะอยู่ในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งจะมีการปฏิบัติการในพื้นที่เหล่านี้ด้วย มีเป้าหมายแล้ว” ผบช.ภ. 9 กล่าว

มีรายงานจากชุดสืบสวนสอบสวน ระบุว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มจากปัตตานีและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จะมี นายบูคอรี หลำโซ๊ะ นายซอบรี หลำโซ๊ะ นายรอซาลี หลำโซ๊ะ 3 พี่น้องตระกูลหลำโซ๊ะ เป็นแกนนำกลุ่ม ส่วนกลุ่มของ อ.กาบัง อ.ยะหา อ.บันนังสตา จะมีนายอับดุลเลาะ โต๊ะเต้ นายรอกิ ดอเลาะ นายฮูไบดีละห์ รอมือลี นายอหมัด ตืองะ เป็นแกนนำกลุ่ม และร่วมปฏิบัติการกับกลุ่มเปอร์มูดอในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มเปอร์มูดอ คือกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ผ่านการฝึกการปฏิบัติการ และทางฝ่ายความมั่นคงยังไม่มีข้อมูล โดยสองกลุ่มหลักนี้รวมตัวกันเฉพาะกิจเพื่อปฏิบัติการในครั้งนี้

บทความก่อนหน้านี้“สิระ” ฉะ “เทพไท” อย่าเสียมารยาท สอดเรื่องภายในพปชร.
บทความถัดไปหมออ๋อง อนาคตใหม่ งง พปชร. ขอชิงปธ.กมธ.แก้รธน. ย้อน ไหนว่า ฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อเรา