กอ.รมน. เคาะแผนปฎิบัติ รณรงค์ให้ผู้เห็นต่างจากรัฐ หันกลับมาต่อสู้ตามแนวทางสันติ

“โฆษกกอ.รมน.” เผย ผลประชุมคกก.อำนวยการกอ.รมน.

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า กอ.รมน. ได้จัดการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 2/2562 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.รมน. เป็นประธานกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุม การประชุมดังกล่าว เพื่อให้คณะกรรมการอำนวยการฯให้ความเห็นชอบเรื่องที่สำคัญของ กอ.รมน.ตามอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 รวมทั้งแจ้งเรื่องสำคัญ ให้คณะกรรมการ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง ได้รับทราบการดำเนินงานของ กอ.รมน. ในการเสนอแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน. ตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 51/2560 ลงวันที่ 21 พ.ย. 61 “

พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร” ในมาตรา 3 มีความหมายรวมถึงการดำเนินการเพื่อป้องกันควบคุม แก้ไขและฟื้นฟูสถานการณ์ กรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยให้กลับสู่สภาวะปกติ รวมถึงมาตรา 7 ให้ กอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่เสนอแผนและแนวทางในการดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 3 และมาตรา 7

โฆษกกอ.รมน. กล่าวอีกว่า ทางกอ.รมน. จึงได้ร่างแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน.ให้สอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2558 และ นายกฯในฐานะ ผอ.รมน. ได้อนุมัติแผนดังกล่าว เมื่อ 13 ส.ค. 62 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน. นั้นได้มุ่งเสริมให้การปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในเรื่องบรรเทาสาธารณภัย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะไม่ซ้ำซ้อนกับการปฏิบัติของหน่วยงานอื่น

โดยมีกลไกหลักในการปฏิบัติ คือ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ด้วยการบูรณาการ การประสานงานและเสริมการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยทหารในพื้นที่ และกลุ่มมวลชนในเครือข่าย กอ.รมน. โดยการปฏิบัติที่สำคัญต่อแผนฯจะเป็นหน่วยงานที่เข้าไปเสริมช่องว่างในการจัดการด้านสาธารณภัยของกองอำนวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จังหวัด กับ ส่วนกลาง ทำให้เกิดการบูรณาการอย่างแน่นแฟ้นในระดับหน่วยปฏิบัติ

นอกจากนั้นการแก้ไขปัญหากรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ยังมิได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติและประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กอ.รมน.ภาค สามารถดำเนินการ หรือสั่งการให้ กอ.รมน.จังหวัด ดำเนินการโดยทันที เพื่อการยับยั้งป้องกันมิให้เกิดสาธารณภัย หรือลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ กอ.รมน. จะเสนอแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กอ.รมน. ต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบเพื่อให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามแผน ที่กำหนดระบุในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ต่อไป

พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า เรื่องต่อมาเป็นแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปัจจุบันสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จชต. และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เป็นผลจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ การสร้างความเข้มแข็งการรักษาความปลอดภัย ให้กับกำลังประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย และการสร้างความเข้าใจของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 9 อำเภอของ จชต. ซึ่งประกอบด้วย 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ( อำเภอจะนะ, อำเภอเทพา, อำเภอนาทวี, อำเภอสะบ้าย้อย ), อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี อำเภอเบตง จังหวัดยะลา, อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุคิริน และอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ในการนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับการประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงาน 3 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านยุทธการ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้กำลังประชาชนดูแลพื้นที่ ชุมชน/หมู่บ้าน ของตัวเองทดแทนกำลังทหารหลัก การบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภายใต้การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

ด้านการเมือง มุ่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ รณรงค์ให้ผู้เห็นต่างจากรัฐหันกลับมาต่อสู้ตามแนวทางสันติ ออกมารายงานตัวและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางกฎหมาย

และด้านการพัฒนา มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้ตรงกับความต้องการ และตามศักยภาพพื้นที่ผ่านโครงการพัฒนาของรัฐ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี

จากแผนปฏิบัติการดังกล่าว กอ.รมน.ภาค 4 สน.ให้ความเชื่อมั่นว่า จะทำให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ มุ่งเน้นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรม ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

บทความก่อนหน้านี้“นายก” ปิดห้องคุย “กอ.รมน.” ปรับแผนแก้ไฟใต้ ยัน เดินหน้าเปิดโต๊ะคุยสันติสุขอยู่
บทความถัดไป“เสี่ยหนู” โว สุดปลื้ม บอก “IOM” ชมเปาะ สวัสดิภาพแรงงานต่างด้าวยอดเยี่ยม