‘ริรัคคุมะ’มาเอง ยันกับรองผบ.ตร. กระทงด.ญ.ไม่ละเมิด ‘วิระชัย’ชี้ตัวแทนบ.เวอริเซ็คเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังตัวแทนบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบหารือ โดยยืนยันว่ากระทงของเด็กอายุ 15 ปี ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากตรวจสอบแล้ว กระทงดังกล่าว มีรูปทรงใบหน้า ใบหู ไม่มีความเหมือนหรือคล้ายตัวการ์ตูน ริรัคคุมะ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ แต่อย่างใด อีกทั้งขั้นตอนการดำเนินการของบริษัท ที.เอ.ซี. ก่อนที่มีการจับกุมใคร หากได้รับแจ้งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ จะตรวจสอบว่ามีการละเมิดจริงหรือไม่ หากมีจริงจะออกจดหมายเตือนก่อนถึง 2 ครั้ง ให้หยุดการกระทำผิด หากไม่มีการแก้ไข จึงจะส่งตัวแทนดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏในข่าว

ส่วนกรณีนายประจักษ์ โพธิผล ซึ่งอ้างเป็นตัวแทนบริษัทเวอริเซ็ค จำกัด ที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ ยืนยันว่ามีอำนาจในการปราบปรามนั้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า บริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ระบุเป็นเอกสารชี้แจงว่า บริษัทเวอริเซ็ค จำกัด ถูกยกเลิกสัญญาไปแล้ว ไม่มีอำนาจไปจับ ปรับ เรียกค่าเสียหาย ทั้งนี้จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ หรือแจ้งความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน และจะเรียกนายประจักษ์ รวมถึงผู้บริหารของบริษัทเวอริเซ็ค มาสอบสวน รวมถึงตรวจสอบขบวนการทั้งหมดว่านายประจักษ์ ได้แบ่งเงินค่าปรับให้ใครบ้าง ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เป็นเจ้าของสำนวนดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบแล้วเด็ก 15 ไม่ได้ทำผิด การเสียค่าปรับไปก่อนหน้านี้ เมื่อการกระทำใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เยาวชนต้องจ่ายเงินค่าชดใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ไม้ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นลาภมิควรได้ ที่คนได้ไปต้องเอามาคืน แต่การได้ไปหากเข้าองค์ประกอบกรรโชกทรัพย์ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า กรณีตำรวจที่ร่วมจับกุม กรณีเด็กขายอายุ 15 ปี ตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่ผู้มาแจ้งความกลับแจ้งในสิ่งที่ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหลังจากนี้ตนได้ยกร่างระเบียบปฏิบัติให้ตำรวจทั่วประเทศได้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้ที่มีลิขสิทธิ์ และป้องกันไม่ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาชีพแอบอ้างเรื่องนี้ไปกรรโชกทรัพย์ประชาชน โดยกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามจากนี้ไปจะไม่มีตำรวจไปตีกินในลักษณะนี้อีก แต่หากใครพบเห็นให้แจ้งมาที่ตนได้

บทความก่อนหน้านี้‘สุชาติ’ ไม่สนใจนั่ง ปธ.กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว เผย พอใจตำแหน่งรองปธ.สภา
บทความถัดไป“สมชัย” ช่วยสรุปให้อ่านสั้นๆ ใครที่ยังไม่เห็นข้อบกพร่องรธน.ฉบับนี้