นายกฯเยือนศรีสะเกษ สั่ง มท.-เกษตร ไปดูงานจีน เอาอย่างวิธีแก้ความยากจน

“นายก” ใช้ลูกอ้อน เผยดีใจเยือนศรีสะเกษอีกครั้ง บอกคิดถึงเป็นลูกอีสานเหมือนกัน วอนอย่าเพิ่งทะเลาะกัน เพราะต้องดูแลประชาชน ย้ำ เป็นนักประชาธิปไตยพร้อมรับฟังทุกความเห็น

วันที่ 7 พ.ย. ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ต.ดู่ อำเภอราษีไศล จ.ศรีสะเกษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธานพิธีเปิดอาคารโรงคลุมชุดตู้อบข้าวเปลือก โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง ว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชน รวมทั้งกลุ่มต่างๆจะต้องร่วมมือกัน โดยถ้าเรามองที่ภาพใหญ่ก็จะรู้ว่าอนาคตจะเดินไปอย่างไร และสิ่งที่ตนได้พูดคุยกับกรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟคือเราต้องปรับปรุงโครงสร้างทางการเกษตรของประเทศตั้งแต่ต้นทุนการผลิต การแปรรูปและนวัตกรรม โดยการสร้างผลผลิตใหม่ใหม่ออกมา วันนี้ถ้าเราเดินช้าเกินไปจะไม่ทันการ อีกทั้งต้องปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนมาร่วมลงทุนด้วยจึงเกิดการลงทุนใหม่ในลักษณะรัฐร่วมเอกชนหรือ (พีพีพี) ยืนยันว่าการลงทุนลักษณะดังกล่าวไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น

“วันนี้ผมต้องการพูดให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเรามีความจริงใจอย่างไร รัฐบาลมองและคิดอย่างไร วันนี้ผู้ที่ ส.ส.และ ส.ว.ก็ต้องช่วยกัน นักการเมืองไม่ว่าจะพรรคไหนทั้งนั้น ต้องรู้ว่าพรรคนี้คือพรรคไทย พรรคประเทศไทย ทุกคนต้องร่วมมือกันตรงนี้ในการขับเคลื่อนทุกมิติไปให้ได้ เรื่องทางการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไปเป็นประชาธิปไตยก็ว่ากันไป วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะขอพวกเราก็คือเราต้องลดความขัดแย้งลดปัญหาที่มีระหว่างกันให้ได้ จะรัก จะชอบ จะเกลียดอย่างไร ก็ขอให้หยุดๆกันไว้ก่อนบ้าง มันจะได้มีเวลาไปคิดอะไรใหม่ๆให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ อย่าลืมว่าเรามี 77 จังหวัด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจที่ได้เดินทางกลับมาที่ศรีสะเกษอีกครั้ง ถือเป็นการเดินทางมาครั้งที่ 2 ด้วยความคิดถึง ตนเองก็ถือว่าเป็นลูกอีสานคนหนึ่งเช่นกัน และไม่ว่าจะเป็นคนเผ่าใดก็ต้องถือว่าทุกคนคือเผ่าไทยทั้งหมด ต้องการให้ทุกคนดูในภาพกว้างทั้งหมดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะถ้ามัวดูแต่ความขัดแย้งก็จะปวดหัวกันไปทั้งหมด สุดท้ายก็จะไปร่วมโพสต์กับเขาไปทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยอยากฝากไว้ด้วย แต่ก็ห้ามใครไม่ได้

“การหาแหล่งน้ำให้กับประชาชนรัฐพยายามที่จะดูแลเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือการสร้างเขื่อน พระเองก็พร้อมที่จะทำแต่ก็ทำไม่ได้เพราะประชาชนไม่เห็นชอบนี่คือประชาธิปไตยของเรา แล้วใครบอกว่าวันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย สำหรับผมไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ ผมก็ต้องถามพวกท่านถ้าไม่เห็นชอบก็ทำไม่ได้ หลายคนก็กล่าวหาว่าผมไม่เป็นประชาธิปไตย เรื่องแบบนี้ผมฟังมาโดยตลอดทุกเรื่อง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลประชาชนถือเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องอื่น ขอร้องว่าอย่าเพิ่งมาทะเลาะกันเลย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอประชาชนภาคเกษตรกร ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เพราะเราไปบังคับเทวดาไม่ได้ เพราะธรรมชาติเป็นคนบังคับเรา เราต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไร นั่นคือการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีรับสั่งขอให้ทำในสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำไว้อะไรที่ยังทำไม่ครบก็ขอให้ทำให้ครบอันไหนทำได้ให้ทำ สิ่งไหนทำไม่ได้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นเราต้องปรับตัวรวมถึงใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ในการค้นคว้า หาข้อมูล ในขณะเดียวกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังศึกษาโมเดลแก้ปัญหาความยากจนของชาวจีนมาเป็นต้นแบบ ที่สามารถแก้ปัญหาให้กับคน 4-5 ร้อยล้านคนได้ ซึ่งต้องศึกษาวิธีบริหารจัดการรวมทั้งสิ่งที่ประชาชนชาวจีนคิด ซึ่งจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูงานที่ประเทศจีน โดยจะเชิญให้ทางการจีนได้มาบรรยายให้ฟังก่อนเนื่องจากบางอย่างไม่เหมือนกันจะเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วเพื่อนำมาปรับใช้ในไทย

“ขอให้นำสิ่งที่พูดในวันนี้ไปสื่อสารกับประชาชน ให้เกิดความเข้าใจ ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงงานของรัฐบาล ผมไปบังคับให้ใครมารักมาชอบทั้งหมดคงไม่ได้แต่อยากให้มาดูความตั้งใจของผมความตั้งใจของรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร สิ่งไม่ดีมันก็ต้องมีอยู่บ้างในทุกทุกแห่งในโลก แต่ถ้าเรามัวไปจ้องอยู่แค่นั้น จนลืมไปว่าต้องทำอะไรเลย ตรงนี้ถ้ามัวเสียเวลาไปโพสตอบโต้กันไปมาแต่ละวันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร จึงขอว่าอย่าไปอ่านอะไรมากนักในโซเชียล เจ็บตาด้วย บางเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราไปเกลียดไปรักเขาทำไมก็ยังไม่รู้ วันนี้ขอเพียงแต่ความร่วมมือเท่านั้นก็พอ ขอความรักความสามัคคีอย่างเช่นวันนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขอความร่วมมือร่วมใจและเสียงปรบมือเพื่อเป็นการยืนยันว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล พร้อมกล่าวว่า “ขอขอบคุณด้วยใจจริงในเสียงปรบมือทำให้นายกฯ มีกำลังใจ รัฐมนตรีและข้าราชการต่างก็มีกำลังใจ ถ้าเรามัวแต่ว่ากันไปมาก็ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ข้าราชการก็ต้องปรับปรุงตัวเองและพัฒนาความรู้ วันนี้ขอให้ระมัดระวังปัญหาด้านสังคมด้วยโดยเฉพาะเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว ต้องลดความรุนแรงในครอบครัวอย่าตีกันคนเป็นสามีภรรยาตีกันไม่ได้ จะตีกันทั้งในหรือนอกบ้านไม่ได้ทั้งสิ้น จะไปตีในโรงพยาบาลหรือบนท้องถนนไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะสิ่งเหล่านี้บัณฑรชื่อเสียงประเทศบั่นทอนความเชื่อมั่น จึงขอให้ทุกคนยับยั้งชั่งใจ ถ้าจะตีหรือทะเลาะกันให้นึกย้อนหลังของวันแรกที่คบกัน สังคมจะได้เรียบร้อยและปลอดภัย รวมทั้งฝากนักเรียนที่เรียนหนังสือทั้งในและนอกระบบ ให้เน้นตอบโจทก์ความต้องการของตลาด พร้อมสั่งการกระทรวงศึกษาปรับปรุงหลักสูตรให้ตรงความต้องการของตลาดแรงงาน

ต่อมาเวลา 11.00 น.นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหรกรณ์​ และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมเปิดป้ายโรงอบลดความชื้นข้าวเปลือก พร้อมเยี่ยมชมโรงทดสอบระบบคัดแยกคุณภาพข้าวสาร ก่อนร่วมทักทายพี่น้องประชาชนภายในเต็นท์อย่างอารณ์ดี และยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมชูมือไอเลิฟยู และเดินผ่านลอดซุ้มเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อไปเยี่ยมชมนิทรรศการ และมอบกล้าพันธุ์ให้แก่เกษตรกร พร้อมร่วมชิมย่างโคขุน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าขึ้นชื่อ โดยลุงบุญมี สุรโคตร เจ้าของพื้นที่ ยืนเคียงคู่กับนายกรัฐมนตรี อยู่ตลอดเพื่อบรรยายให้ข้อมูลในเรื่องของการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยระหว่างเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้สนใจบูธการสาธิตเลี้ยงกบเป็นพิเศษ ก่อนเดินทางกลับ

ทั้งนี้ สำหรับลุงมี เป็นชาวนา เดิมมีปัญหาไม่รู้จักช่องทางการตลาด และมีปัญหาสุขภาพ เนื่องจากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ก่อนหันมาปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

บทความก่อนหน้านี้อนุสรณ์ ติปยานนท์ : ปากะศิลป์ฉบับอ่านใหม่-2 “การหุงข้าวแบบต่างๆ”
บทความถัดไป“ชวน” เบรค “สิระ” ขอ ส.ส.ยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ภาคใต้